สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
ต้านเปิดกว้างสอบครูลุกลาม ส.ค.ศ.ท.เตรียมยื่นหนังสือ "บิ๊กตู่" 28 มี.ค.นี้
ต้านเปิดกว้างสอบครูลุกลาม ส.ค.ศ.ท.เตรียมยื่นหนังสือ

Advertisement

ต้านเปิดกว้างสอบครูลุกลาม ส.ค.ศ.ท.เตรียมยื่นหนังสือ "บิ๊กตู่" 28 มี.ค.นี้

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2017-03-28 เปิดอ่านแล้ว : 2702 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

ต้านเปิดกว้างสอบครูลุกลาม ส.ค.ศ.ท.เตรียมยื่นหนังสือ "บิ๊กตู่" 28 มี.ค.นี้

ส.ค.ศ.ท.ยื่นหนังสือ"บิ๊กตู่"/นศ.ครุ-ศึกษาศาสตร์จี้ทบทวน/ศธ.เดินหน้าต่อยันมีผลดีสะสางปัญหาเดิมๆ

ต้านเปิดกว้างสอบครูลุกลาม ส.ค.ศ.ท.เตรียมยื่นหนังสือ

ต้านเปิดกว้างสอบครูลุกลาม ส.ค.ศ.ท.เตรียมยื่นหนังสือ "บิ๊กตู่" 28 มี.ค.นี้ ทบทวนชะลอการรับสมัครและสอบบรรจุ ชี้ขัดข้อบังคับข้อ 6 คุรุสภา ส่วนกลุ่มนิสิตนักศึกษาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ยื่นหนังสือถึง รมว.ศธ. ระบุมีผลเสีย 5 ข้อ ด้านรองอธิการบดี มก.แนะเด็กและผู้ปกครองที่เสียสิทธิ์ยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว สพฐ.-สอศ.ประกาศชัดเดินหน้าต่อ ชี้เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา "เลขาฯ สอศ." แจงกลุ่มสาขาขาดแคลนสายอาชีวะไม่มีผู้มาสมัครหรือสอบแข่งขัน เลขาฯ คุรุสภายันไม่เกี่ยวล่าชื่อไล่ "หมอธี"

ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีการจัดเสวนาเรื่อง ถกประเด็นร้อน : ผู้ไม่มีตั๋วสมัครสอบบรรจุเป็นครูได้" โดยนางประพันธ์ศิริ สุเสารัจ ประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) และคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า การที่กลุ่มครูออกมาคัดค้านให้ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูมาสอบแข่งขันครู ไม่ได้เป็นการปิดกั้น หรือกลัวว่าจะมาแย่งอาชีพครู เพราะตนเชื่อว่าคนที่จบครูมาโดยตรงเก่งและสามารถแข่งขันได้อยู่แล้ว แต่มติของคณะกรรมการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งนี้ขัดกับข้อบังคับคุรุสภา ข้อ 6 ที่กำหนดว่า ผู้ประกอบวิชาชีพครูต้องผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาตรีทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี และผ่านเกณฑ์การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน และปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามสาขาวิชาเอก ดังนั้น การให้สิทธิ์คนอื่นมาเป็นครูจึงถือเป็นการละเมิดสิทธิ์เด็กที่เรียนหลักสูตรครู 5 ปี เนื่องจากเด็กที่เรียน 5 ปีจะเสียสิทธิ์ทั้งในเรื่องการสอบบรรจุเข้ารับราชการไป 1 ปี และต้องเสียเวลาเรียนอีก 1 ปี จึงจำเป็นหรือไม่ที่ต้องกลับไปแก้กฎหมายว่าผู้ที่มาเรียนครูจำเป็นต้องเรียน 5 ปี หรือให้ผู้เรียนครูกลับไปเรียน 4 ปี เหมือนเด็กคณะอื่นๆ

ยื่นหนังสือถึงบิ๊กตู่

“ในวันที่ 28 มีนาคมนี้ ทาง ส.ค.ศ.ท.จะไปยื่นหนังสื่อเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ทบทวนมติดังกล่าว และชะลอการรับสมัครสอบบรรจุครูผู้ช่วยการ ซึ่งจะรับสมัครวันแรกในวันที่ 29 มีนาคมไปก่อน แต่ถ้ารัฐบาลไม่ทบทวนมติจะมีมาตรการเคลื่อนไหวต่อไป เรากลัวว่าเรื่องนี้จะเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว เพราะขณะนี้มีนิสิตนักศึกษา ผู้ปกครอง ออกมาเคลื่อนไหวด้วยการล่ารายชื่อขับไล่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)" นางประพันธ์ศิริกล่าว

แนะฟ้องศาลปกครองคุ้มครอง

ด้านนายสุมิตร สุวรรณ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มก.กำแพงแสน กล่าวว่า 5-6 ปีที่ผ่านมา แนวโน้มการผลิตครูดีขึ้น เนื่องจากมีเด็กเก่งๆ เข้ามาเรียนครูมากขึ้น ดังนั้นต้องให้เวลาในการพัฒนาเด็ก รัฐบาลไม่ควรจะใจร้อน และขณะนี้มีผู้สำเร็จการศึกษาปีละ 50,000-60,000 คน แต่อัตรารองรับข้าราชการครูประมาณ 12,000 คน โดยอนาคต ปี 2562 จะมีตำแหน่งครูอัตราว่างมากที่สุด 20,000 คน และอัตราจะลดลงเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม หากเด็กและผู้ปกครองเสียสิทธิ์สามารถไปยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว และแจ้งความดำเนินคดี มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตั๋วครู

ด้านนายพัทธโรจน์ กมลโรจน์สิริ ผู้อำนวยการโรงเรียนแสงวิทยา กล่าวว่า จากมติดังกล่าวมีผลกระทบต่อโรงเรียนเอกชนอย่างมาก เพราะทำให้เกิดภาวะสมองไหล เนื่องจากครูที่มาจากสอนโรงเรียนเอกชนส่วนใหญ่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งโรงเรียนต้องให้เรียนประกาศนียบัตรบัณฑิต และเป็นผู้ดูแลฟูมฟัก ปฏิบัติการจนได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เมื่อมีการเปิดสอบบรรจุ ครูเอกชนก็ไปสอน ทำให้โรงเรียนเอกชนประสบปัญหาดังกล่าวเป็นวัฏจักรมาประมาณ 20-30 ปี

นศ.ครูบุก ศธ.ชี้ผลเสีย 5 ข้อ

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 15.00 น. เครือข่ายนักศึกษาครูยื่นหนังสือคัดค้านสอบครูผู้ช่วยเกณฑ์ใหม่ กลุ่มเครือข่ายนิสิตนักศึกษาคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มศว และมหาวิทยาลัยศิลปากร ยื่นหนังสือถึง รมว.ศธ. เพื่อคัดค้านหลักเกณฑ์สมัครสอบครูผู้ช่วยเปิดทางผู้ไม่มีอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้สอบครูผู้ช่วยได้

โดยนางสาวสุดธิดา จันทร์เหม ตัวแทนจากกลุ่มเครือข่ายฯ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาวต่อการศึกษาไทย 5 ข้อใหญ่ ได้แก่ 1.มีผลกระทบต่อผู้เรียน ครูทุกคนต้องมีความรู้ในด้านวิชาการ และความรู้ด้านจิตวิทยาการศึกษา วิธีการสอน และการวัดผล ตลอดจนจริยธรรมครู เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิผลต่อนักเรียนทุกคน 2.มีผลกระทบต่อโรงเรียน เพราะนอกจากงานสอนแล้ว ครูยังต้องมีหน้าที่ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิผลทั้งงานวิชาการและงานกิจการนักเรียน 3.มีผลกระทบต่อนิสิตนักศึกษาคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ เพราะเป็นการลดโอกาสทางวิชาชีพของนิสิตนักศึกษาที่จบสาขาครูมาโดยตรง 4.มีผลกระทบต่อคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ เพราะในระยะยาวอาจทำให้ผู้เรียนในคณะดังกล่าวน้อยจนต้องปิดตัวลง และ 5.มีผลกระทบต่อประเทศชาติ เพราะหากครูที่สอนเป็นไม่ได้จบครู จะทำให้การศึกษานั้นไม่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนส่งผลเสียแก่ประเทศไทยในภายภาคหน้า

สพฐ.ยันเดินหน้าเปิดกว้างสอบ

ด้านนายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า กรณีที่บอร์ด ก.ค.ศ.มีมติปรับปรุงมาตรฐานตำแหน่งและแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย โดยเปิดให้ผู้ที่ไม่มีอนุญาตประกอบวิชาชีพครูมาสมัครสอบได้ ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะผู้ใช้ครู เห็นว่ามติดังกล่าวมีผลในทางบวกกับ สพฐ. เพราะสิ่งที่เป็นปัญหาหลักในการสอบบรรจุครูผู้ช่วย 4 ปีย้อนหลังที่ผ่านมา ตั้งแต่ พ.ศ.2557-2559 มี 11 วิชาเอกที่เปิดสอบบรรจุ คือ ภาษาเกาหลี, ภาษาเวียดนาม, ภาษาพม่า, ภาษาเยอรมัน, ภาษาสเปน, ภาษาอาหรับ, ดนตรี/นาฏศิลป์, ดนตรีสากล (ดุริยางค์), ออกแบบนิเทศศิลป์, วิจัยทางการศึกษา และกายภาพบำบัด ไม่มีผู้สอบแข่งขันขึ้นบัญชีได้เลย และในจำนวนนี้บางวิชาไม่มีผู้สมัครสอบเลย

นายการุณกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในการสอบแข่งขันครูผู้ช่วยประจำปี 2559 ซึ่งมีผู้สมัครเกือบ 130,000 คน โดยเฉพาะวิชาหลัก คือ วิทยาศาสตร์ สมัคร 9,508 คน ผ่านขึ้นบัญชี 874 คน คิดเป็นร้อยละ 9.19, วิทยาศาสตร์ทั่วไป สมัคร 4,302 คน ผ่านขึ้นบัญชี 238 คน คิดเป็นร้อยละ 5.53, ฟิสิกส์ สมัคร 1,879 คน ผ่านขึ้นบัญชี 268 คน คิดเป็นร้อยละ 14.26, เคมี สมัคร 1,920 คน ผ่านขึ้นบัญชี 305 คน คิดเป็นร้อยละ 15.89, ชีววิทยา สมัคร 2,469 คน ผ่านขึ้นบัญชี 461 คน คิดเป็นร้อยละ 18.67, คณิตศาสตร์ สมัคร 10,924 คน ผ่านขึ้นบัญชี 1,710 คน คิดเป็นร้อยละ 15.65, ภาษาไทย สมัคร 9,942 คน ผ่านขึ้นบัญชี 1,190 คน คิดเป็นร้อยละ 11.97, ภาษาอังกฤษ สมัคร 12,961 คน ผ่านขึ้นบัญชี 1,504 คน คิดเป็นร้อยละ 11.69 และสังคมศึกษา สมัคร 14,375 คน ผ่านขึ้นบัญชี 892 คน คิดเป็นร้อยละ 6.21 ซึ่งถือว่ามีผู้สอบขึ้นบัญชีได้น้อยมาก

เลขาฯ สพฐ.กล่าวอีกว่า ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ สพฐ.ได้นำเข้าหารือในที่ประชุม ก.ค.ศ. ว่าเราจะปล่อยให้เด็กขาดครูอยู่แบบนี้หรือ ดังนั้น มติการเปิดให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตฯ มาสมัครสอบก่อนแล้วอบรมพัฒนาให้ได้ใบอนุญาตฯ ในภายหลัง จึงถือเป็นการเปิดทางให้ สพฐ.แก้ไขปัญหาที่สะสมมานาน ให้สามารถคัดเลือกผู้ที่ไม่มีอนุญาตฯ แต่มีความรู้ความสามารถตรงสาขามาเป็นครู ทั้งนี้ ไม่ใช่คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ผลิตครูออกมาไม่ดี แต่ สพฐ.ในฐานะผู้ใช้ครูก็อยากได้คนเก่งๆ มาช่วยเสริมในการสอน เพราะการสอนในยุคนี้ การลงเนื้อหาวิชาหลักมีความสำคัญ เช่น สอนสะเต็มศึกษาเพื่อให้เด็กได้สร้างนวัตกรรม ถ้าครูไม่รู้ลึกในวิชาการที่แท้จริง เด็กก็จะไม่มีทางเข้าใจในศาสตร์ของวิชาที่ลึกๆ และในกรณีที่ผู้ไม่มีใบอนุญาตฯ สอบบรรจุได้ ก็จะมีอบรมเทคนิคการสอน การจัดทำแผนการสอน และมีครูพี่เลี้ยงคอยประกบให้คำแนะนำ ภายในระยะเวลา 2 ปีที่เป็นครูผู้ช่วยอยู่ ก็จะต้องเข้ารับการอบรมตามที่คุรุสภากำหนดเพื่อให้ได้รับใบอนุญาตฯ ซึ่งถ้ายังไม่ได้รับใบอนุญาตฯ อีก แต่ประเมินครูผู้ช่วยผ่านก็จะมีเวลาอีก 2 ปีในการอบรมเพื่อให้ได้รับใบอนุญาตฯ แต่ในกรณีที่ประเมินตำแหน่งครูผู้ช่วยไม่ผ่าน ก็จะถือว่าขาดคุณสมบัติการเป็นครู เพราะเป็นการบรรจุโดยมีเงื่อนไขเราไม่มีตำแหน่งอื่นรองรับ

"อย่างไรก็ตาม ในการเปิดสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยประจำปี 2560 จะมีกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของตำแหน่งต่างๆ ไว้ ซึ่งผู้จะสมัครสอบต้องไปดูว่าสามารถในสาขาใดได้บ้าง ส่วนเรื่องการมีใบอนุญาตฯ หรือไม่มีใบอนุญาตฯ สพฐ.จะมีการทำวิจัยเพื่อดูผลที่ออกมาอีกครั้ง ทั้งนี้ จากการบรรจุนักศึกษาในโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ก็มีผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตฯ ได้รับการบรรจุไป 381 คน ผ่านมาประมาณ 4 เดือน เมื่อกลับไปถามทางโรงเรียนและเด็กก็พอใจครูเหล่านี้ เพราะเก่ง สอนเข้าใจ

ด้านนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มีความจำเป็นที่จะต้องให้ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูมาสอนในสายวิชาชีพ เนื่องจาก สอศ.ขาดอัตรากำลังในสายวิชาชีพที่เป็นสาขาเฉพาะทางเป็นจำนวนมาก อีกทั้งในการสอบครูผู้ช่วยของอาชีวะที่ผ่านมาในสาขาวิชาช่างต่อเรือ ช่างอากาศยาน เทคโนโลยีปิโตรเลียม ธุรกิจสถานพยาบาล อุตสาหกรรมเครื่องหนัง และช่างเทคนิคซ่อมระบบราง ในกลุ่มวิชาเหล่านี้ไม่มีผู้มาสมัครหรือผู้สอบแข่งขันได้

โดยขณะนี้วิทยาลัยอาชีวศึกษาของรัฐเปิดสาขาวิชา จำนวน 394 สาขาวิชา มีครูผู้สอน 33,000 คน แต่ก็ยังขาดแคลนครูอยู่ โดยเฉพาะสาขาวิชาเฉพาะทาง และที่ผ่านมา สอศ.ก็ได้จ้างผู้ที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทาง แต่ไม่ได้จบครู เช่น ผู้เรียนที่จบจากวิศวกรรมศาสตร์ มาช่วยสอนอยู่แล้ว ขณะเดียวกันโครงการครูคืนถิ่นที่ สอศ.ได้รับจัดสรร 106 คน มีใบอนุญาตฯ 70 คน และไม่มีใบอนุญาตฯ 36 คน ซึ่งพบว่าครูส่วนใหญ่ที่มีใบอนุญาตฯ ยังขาดทักษะเฉพาะทางในการสอนสายอาชีพ และต้องแก้ปัญหาด้วยการให้ครูที่มีความเชี่ยวชาญมาช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้ อย่างไรก็ตาม สอศ.มีความจำเป็นและต้องการบุคลากรสายอาชีพ เพื่อจัดการศึกษาในอนาคตตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการเป็นประเทศไทย 4.0

ขณะที่นายสมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวถึงกรณีกลุ่มครู นักวิชาการ และคณาจารย์จากคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ทั่วประเทศ ร่วมกันล่ารายชื่อจำนวน 50,000 รายชื่อ เพื่อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาปลด นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ.นั้น คุรุสภาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวดังกล่าว.

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

เชิญชวนคุณครูอบรมออนไลน์หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงพัฒนาได้ค่ะ

เชิญชวนคุณครูอบรมออนไลน์หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงพัฒนาได้ค่ะ (29504)

จะเริ่มต้นอย่างไร ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยคุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ

จะเริ่มต้นอย่างไร ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยคุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ (6581)

ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562(8515)

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตรแทนพระองค์ ม.ราชภัฏ 17-20 มิ.ย.นี้

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตรแทนพระองค์ ม.ราชภัฏ 17-20 มิ.ย.นี้(4273)

โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เนื้อร้ายของการศึกษา แต่การละเลยคุณภาพการศึกษาของเด็ก คือเนื้อร้ายทางความคิด

โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เนื้อร้ายของการศึกษา แต่การละเลยคุณภาพการศึกษาของเด็ก คือเนื้อร้ายทางความคิด (3390)

"สุเทพ" ไม่ฟันธงยกเลิกคูปองครูขอฟังเสียงเขตพื้นที่ฯ ย้ำชัด 2 เดือนเด็กอ่านออกเขียนได้สำเร็จ (6269)

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอรับและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพสำหรับผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีฃึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๒

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอรับและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพสำหรับผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีฃึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๒ (5730)

1 ก.ค. 62 กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญตามกฎกระทรวงฉบับใหม่แล้ว

1 ก.ค. 62 กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญตามกฎกระทรวงฉบับใหม่แล้ว(12517)

ปลัดศธ.ไม่แถลง สรรหา “คุรุสภา สกสค. องค์การค้าฯ” คาดมีการฟ้องร้องกันแน่

ปลัดศธ.ไม่แถลง สรรหา “คุรุสภา สกสค. องค์การค้าฯ” คาดมีการฟ้องร้องกันแน่ (1560)

สพฐ.ยัน!! ไม่มีนโยบายควบรวม-ยุบร.ร.เล็ก ต้องดูบริบทของพื้นที่

สพฐ.ยัน!! ไม่มีนโยบายควบรวม-ยุบร.ร.เล็ก ต้องดูบริบทของพื้นที่(1722)


Tags
ต้านเปิดกว้างสอบครูลุกลาม
ส.ค.ศ.ท.เตรียมยื่นหนังสือ
"บิ๊กตู่"
28
มี.ค.นี้