บทความต้องอ่าน! ขึ้นเงินเดือนประจำปีไม่ใช่ความก้าวหน้า
บทความต้องอ่าน! ขึ้นเงินเดือนประจำปีไม่ใช่ความก้าวหน้า

Advertisement

Advertisement

บทความต้องอ่าน! ขึ้นเงินเดือนประจำปีไม่ใช่ความก้าวหน้า

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2017-03-30 เปิดอ่านแล้ว : 8160 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

บทความต้องอ่าน! ขึ้นเงินเดือนประจำปีไม่ใช่ความก้าวหน้า

            ก่อนเขียนเรื่องนี้ผมก็คิดอยู่พอสมควรนะครับว่าเมื่อเขียนเรื่องนี้ไปแล้วอาจจะทำให้คนที่เป็นมนุษย์เงินเดือน (ซึ่งผมก็เคยเป็นมนุษย์เงินเดือนมาก่อนเหมือนกัน) รู้สึกไม่ค่อยดีกับการเป็นมนุษย์เงินเดือนเท่าไหร่นัก            แต่พอมาคิดในอีกมุมหนึ่งว่าถ้าหากคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนได้รับรู้และนำเรื่องนี้กลับมาคิดวางแผนชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม เรื่องที่ผมเขียนนี้ก็น่าจะเป็นเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอีกหลายคนได้เช่นเดียวกัน

            ก็เลยสรุปกับตัวเองว่างั้นเขียนดีกว่าครับ....

            มนุษย์เงินเดือนอีกไม่น้อยคิดว่าการทำงานแล้วได้รับเงินเดือน และเมื่อถึงสิ้นปี (หรือถึงรอบที่จะพิจารณาขึ้นเงินเดือน) แล้วได้รับการขึ้นเงินเดือนเหมือนเพื่อน ๆ ชีวิตเราก็น่าจะโอเคแล้ว เพราะทุกปีฉันก็จะมีเงินเดือนเพิ่มขึ้นเหมือน ๆ กับเพื่อน ซึ่งเปอร์เซ็นต์การขึ้นเงินเดือนก็ได้พอ ๆ กับเพื่อน ๆ กลุ่มใหญ่ที่ทำงานได้ตามที่บริษัทต้องการ

            ผมสมมุติว่าบริษัทแห่งหนึ่งมีค่าเฉลี่ยขึ้นเงินเดือนประจำปีในปีนี้ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอันที่จริงแล้วบริษัทต่าง ๆ ในเมืองไทยก็มักจะมีเปอร์เซ็นต์การขึ้นเงินเดือนประจำปีเฉลี่ยอยู่ที่อัตรา 5-6 เปอร์เซ็นต์มานับสิบปีแล้วนะครับ เท่าที่ผมดูตัวเลขมาคือตั้งแต่ปี 2549 มาจนถึงปัจจุบันก็อยู่ในอัตราประมาณนี้แหละครับ

            ซึ่งถ้าหากเปอร์เซ็นต์การขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยยังคงเป็นอยู่อย่างนี้ต่อไป ผมก็ขอสมมุติว่ามีพนักงานคนหนึ่งเข้ามาทำงานกับบริษัทจบปริญญาตรี ได้รับเงินเดือน15,000 บาท ซึ่งตอนนี้ก็เป็นค่าเฉลี่ยของคนจบปริญญาตรี หากพนักงานคนนี้ทำงานต่อไปอีก 10 ปี และเขาก็มีผลการปฏิบัติงานดีตามค่าเฉลี่ยก็ได้รับการขึ้นเงินเดือนในแต่ละปี ๆ ละ เปอร์เซ็นต์ตามค่าเฉลี่ย 

เงินเดือนของเขาก็จะเป็นไปตามตารางข้างล่างนี้ครับ

บทความต้องอ่าน! ขึ้นเงินเดือนประจำปีไม่ใช่ความก้าวหน้า

               จากตารางข้างต้นเมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี  จากเงินเดือน 15,000 บาทจะเพิ่มขึ้นเป็น 23,270 บาท ซึ่งเห็นได้ว่าเงินเดือนของพนักงานคนนี้เพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 55 เปอร์เซ็นต์


            คำถามคือ....ท่านคิดว่าเงินเดือน ๆ ละ 23,270 บาทในอีก 10 ปีข้างหน้าจะพอใช้จ่ายเมื่อเปรียบเทียบกับสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคตไหมล่ะครับ

แล้วในอีก 10 ปีข้างหน้า พนักงานรุ่นหลังที่จบปริญญาตรีจะมีเงินเดือนเริ่มต้นเท่าไหร่ ?ผมหยิบตัวเลขอีกสักตัวจากของจริงมาให้ท่านดูนะครับ นั่นคือเมื่อปี 2549 ค่าเฉลี่ยของเงินเดือนคนที่จบปริญญาตรี (จบใหม่) และบริษัทรับเข้าทำงานอยู่ที่เดือนละ 11,000 บาท

ท่านลองดูตารางข้างล่างนี้....

บทความต้องอ่าน! ขึ้นเงินเดือนประจำปีไม่ใช่ความก้าวหน้า

           เห็นไหมครับว่า 10 ปีผ่านไป พนักงานคนนี้จะมีเงินเดือนในปัจจุบันคือ 17,065 บาท แต่ท่านต้องไม่ลืมว่าเมื่อปี 2554 มีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นเป็นวันละ 300บาท ทำให้เกิดการปรับตัวของโครงสร้างค่าจ้างในเมืองไทย ซึ่งผลกระทบจากเรื่องนี้ก็แรงพอสมควรทำให้ค่าจ้างของคุณวุฒิต่าง ๆ เช่น ปวช., ปวส, ปริญญาตรี, ปริญญาโท, ปริญญาเอก ต้องมีการปรับตัวหนีค่าจ้างขั้นต่ำไปด้วยจนกลายเป็นปวช.จะมีอัตราเงินเดือนเริ่มต้นตามวุฒิประมาณ 10,000 บาท ปวส.เริ่มต้นประมาณ11,000 บาท ปริญญาตรี (สายสังคมศาสตร์) เริ่มที่ 15,000 บาท และปริญญาโทเริ่มที่ประมาณ 18,000 บาทในปัจจุบัน ซึ่งทำให้พนักงานที่จบปริญญาตรีเมื่อปี 2549มีเงินเดือนปัจจุบันที่ห่างจากคนที่จบปริญญาตรีรุ่นน้อง 10 ปีเพียงแค่ประมาณ 14 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น


            ทั้งหมดที่ผมยกตัวอย่างมาข้างต้นนั้นก็เพื่อให้ท่านได้เห็นภาพและอยากจะบอกกับท่านว่า....

          การได้รับการขึ้นเงินเดือนประจำปีทุก ๆ ปีไม่ใช่ความก้าวหน้า และเปอร์เซ็นต์การขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยปีละ เปอร์เซ็นต์ นั้นคงจะไม่สามารถทำให้ท่านประสบความสำเร็จในการเป็นมนุษย์เงินเดือนได้อีกต่อไปน่ะสิครับ !!            เพราะอัตราเติบโตของเงินเดือนของท่านจะโตไม่ทันเงินเฟ้อ ค่าครองชีพที่สูงขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจภายนอกบริษัทครับ

Advertisement

            แล้วควรทำยังไงดี ?

1.     ต้องบอก (หรือคิด) กับตัวเองว่าการขึ้นเงินเดือนประจำปีทุก ๆ ปีโดยมีเปอร์เซ็นต์ขึ้นเงินเดือนเท่าค่าเฉลี่ยไม่ใช่ความสำเร็จหรือเป็นก้าวหน้าของชีวิตการทำงานของเราอีกต่อไป

2.      ค้นหาขีดความสามารถ (Competency) ของตนเองที่เหมาะกับงานที่ต้องรับผิดชอบ และหาทางเพิ่มขีดความสามารถของตัวเองให้เร็วที่สุด คือพูดภาษาชาวบ้านคือต้องเป็นคนมีของ และต้องหาทางปล่อยของ (คือความสามารถ) ออกมาให้ผู้บริหารเห็นฝีมือและยอมรับเพื่อให้ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้นต่อไป เพราะการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นจะมีความรับผิดชอบในงานที่มากขึ้นและแน่นอนว่าบริษัทจะต้องมีการปรับเงินเดือนเมื่อได้รับการเลื่อนตำแหน่งเพื่อให้เหมาะสมกับความรับผิดชอบที่สูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งค่าเฉลี่ยของการปรับเงินเดือนเมื่อได้รับการเลื่อนตำแหน่งจะอยู่ที่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ (บางบริษัทอาจปรับสูงกว่านี้) ลองมาดูกันสิครับว่าในระยะเวลา 10 ปีเท่า ๆ กันระหว่างพนักงานที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งกับพนักงานที่ไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งจะเป็นยังไงตามตารางข้างล่างนี้

บทความต้องอ่าน! ขึ้นเงินเดือนประจำปีไม่ใช่ความก้าวหน้า

            จากตารางข้างต้นจะเห็นว่าหากได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้นเฉลี่ย ปีครั้ง จะทำให้มีฐานเงินเดือนสูงกว่าพนักงานที่ไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งประมาณ 21เปอร์เซ็นต์


3.      หากท่านเป็นคนที่จบมาใหม่แล้วทำงานที่ไหนก็ตามตั้งแต่ ปีขึ้นไปแล้วยังไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้น ก็คงจะต้องหันกลับมาทบทวนตัวเองแล้วล่ะครับว่างานที่ทำอยู่มันตรงกับความสามารถ (Competency) ที่เรามีอยู่หรือไม่ หรือมีปัญหาอยู่ตรงไหนที่ทำให้เราไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้รับผิดชอบให้สูงขึ้น แต่ถ้าไม่คิดอะไรแล้วยังทำงานไปเรื่อย ๆ ท่านก็จะได้รับการขึ้นเงินเดือนไปเรื่อย ๆ เหมือนตารางบนสุด แล้วอย่ามานั่งคิดต่อว่าบริษัทหรือผู้บริหารในภายหลังนะครับว่าทำไมเงินเดือนคนเข้าใหม่ถึงไล่หลังเรามา หรือเผลอ ๆ เงินเดือนคนเข้าใหม่มากกว่าเราเสียอีก ก็เพราะว่าท่านไม่พัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้าขึ้นมาเองก็ย่อมจะถูกคลื่นลูกหลังกลบไปในที่สุดครับ


4.      ถ้าบริษัทที่ท่านทำงานในปัจจุบันไม่ได้คิดหรือวางแผนในเรื่องสายความก้าวหน้า (Career Path) ให้กับพนักงานอย่างเหมาะสมก็ย่อมจะถูกกฎของธรรมชาติเล่นงานเอา นั่นก็คือจะไม่สามารถรักษาคนที่มีความรู้ความสามารถหรือเก็บคนเก่ง (Talent) เอาไว้กับบริษัทได้ (อันนี้เป็นหน้าที่ของ HR และฝ่ายบริหารของแต่ละบริษัทที่ควรจะต้องคิดและวาง Career Path ให้กับพนักงานในบริษัทเอาไว้ด้วยนะครับ) ซึ่งคนพวกนี้ก็จะหางานใหม่ และไปเติบโตก้าวหน้าในบริษัทอื่นต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าในการเปลี่ยนงานแต่ละครั้งควรจะได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างน้อย 25 เปอร์เซ็นต์ (อันนี้เป็นข้อมูลส่วนตัวของผมเองนะครับว่าการเปลี่ยนงานผู้สมัครงานในแต่ละครั้งผู้สมัครจะต้องเรียกเงินเดือนเพิ่มขึ้นเพราะถ้าได้เท่าเดิมจะเปลี่ยนไปทำไมล่ะครับ) และหากผู้สมัครงานเป็นคนที่มีฝีมือมีความสามารถที่ตลาดต้องการก็อาจจะได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้น 50-100 เปอร์เซ็นต์จากฐานเงินเดือนปัจจุบันก็มีให้เห็นอยู่เสมอ


5.       จากข้อ ผมไม่ได้บอกใบ้ให้ท่านเปลี่ยนงานบ่อย ๆ เพื่อจะได้เพิ่มค่าตัวขึ้นไปได้เรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ได้งานใหม่นะครับ เรื่องแบบนี้เป็นความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคนทั้งยังขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาสอีกด้วย เพราะผมเคยเห็นคนอีกหลายคนเป็นพวกที่เรียกว่า “Job Hopper” คือเปลี่ยนงานบ่อยจนเกินไปจนในที่สุดเสียประวัติเพราะบริษัทที่จะรับเขากลัวว่าจะมาทำงานได้ไม่นานเดี๋ยวก็ลาออกเลยไม่รับเข้าทำงาน


จากที่ผมบอกมาทั้งหมดจึงอยากจะสรุปว่า

การขึ้นเงินเดือนประจำปีไม่ใช่ความก้าวหน้า แต่การเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้นนั่นแหละครับคือความก้าวหน้าที่แท้จริง

สิ่งสำคัญก็คือทุก ๆ อย่างอยู่ที่ตัวของท่านเองว่าจะวางแผนชีวิตของเราไว้ยังไง เราวางแผนการทำงานในเรื่องต่าง ๆ มากันไม่น้อยแต่สิ่งสำคัญอย่าลืมวางแผนชีวิตตัวเองเอาไว้ด้วย

ต้นไม้ยังต้องการความเจริญเติบโตแล้วคนเราจะไม่พัฒนาตัวเองให้เติบโตขึ้นไปบ้างเลยหรือ แต่ถ้าใครยังบอกกับตัวเองว่า “ฉันขอทำงานที่นี่ไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องเลื่อนตำแหน่งอะไรหรอกไม่อยากรับผิดชอบ” ก็ทำตามที่สบายใจไปก็แล้วกันนะครับ

ขอขอบพระคุรที่มาของบทความ : 

ลิงค์บทความต้นฉบับ >> http://tamrongsakk.blogspot.com/2016/03/blog-post_28.html?m=1

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

ดาวน์โหลดฟรี!! โปรแกรมจัดตารางเรียน

ดาวน์โหลดฟรี!! โปรแกรมจัดตารางเรียน(9921)

คุณครูดาวน์โหลดไปใช้เลย!! ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 4.0

คุณครูดาวน์โหลดไปใช้เลย!! ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 4.0(35471)

ดาวน์โหลดที่นี่!! หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา แผนการจัดการเรียนรู้ ระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น

ดาวน์โหลดที่นี่!! หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา แผนการจัดการเรียนรู้ ระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น(18631)

ตัวอย่างเครื่องมือประเมินคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัยและระดับขั้นพื้นฐาน

ตัวอย่างเครื่องมือประเมินคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัยและระดับขั้นพื้นฐาน (17504)

ไฟล์word!! แบบคำขอมีวิทยฐานะ (วฐ.1-3) สำหรับคุณครู แบบใหม่ (ว21) ครบทุกสังกัด!!

ไฟล์word!! แบบคำขอมีวิทยฐานะ (วฐ.1-3) สำหรับคุณครู แบบใหม่ (ว21) ครบทุกสังกัด!! (23858)

เอกสาร หลักฐาน การศึกษา ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

เอกสาร หลักฐาน การศึกษา ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (8413)

“ตัวอย่างวิจัยในชั้นเรียน” หลายร้อยเรื่อง (ไฟล์ PDF และ ไฟล์ Word แก้ไขได้)

“ตัวอย่างวิจัยในชั้นเรียน” หลายร้อยเรื่อง (ไฟล์ PDF และ ไฟล์ Word แก้ไขได้) (26289)

14 รูปแบบ การจัดโต๊ะในห้องเรียน เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้

14 รูปแบบ การจัดโต๊ะในห้องเรียน เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ (47273)

สพฐ.เผยแพร่ หน่วยการเรียนรู้ Active Learning ที่ได้รับรางวัลเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับครูในการออกแบบหน่วยการเรียนรู้

สพฐ.เผยแพร่ หน่วยการเรียนรู้ Active Learning ที่ได้รับรางวัลเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับครูในการออกแบบหน่วยการเรียนรู้(22795)

คำอธิบายและไฟล์ตัวอย่าง “การพิมพ์หนังสือราชการ” ที่ถูกต้อง ตามระเบียบ งานสารบรรณ

คำอธิบายและไฟล์ตัวอย่าง “การพิมพ์หนังสือราชการ” ที่ถูกต้อง ตามระเบียบ งานสารบรรณ(10902)


Tags
บทความต้องอ่าน!
ขึ้นเงินเดือนประจำปีไม่ใช่ความก้าวหน้า