สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
ครูต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อเข้าสู่ระบบการประเมินวิทยฐานะและการพัฒนาครูแนวใหม่
ครูต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อเข้าสู่ระบบการประเมินวิทยฐานะและการพัฒนาครูแนวใหม่

Advertisement

ครูต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อเข้าสู่ระบบการประเมินวิทยฐานะและการพัฒนาครูแนวใหม่

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2017-08-02 เปิดอ่านแล้ว : 11565 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

ครูต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อเข้าสู่ระบบการประเมินวิทยฐานะและการพัฒนาครูแนวใหม่

สถานี ก.ค.ศ. 

ครูต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อเข้าสู่ระบบการประเมินวิทยฐานะและการพัฒนาครูแนวใหม่

               ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้สนใจทุกท่าน ตามที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้นำเสนอข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการปรับระบบการประเมินวิทยฐานะและการพัฒนาครูแนวใหม่ ตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด (ว 20, ว 21 และ ว 22 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2560) ไปแล้วนั้น เนื่องจากได้รับข้อคำถามจากข้าราชการครูหลายท่านว่าจะต้องมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เพื่อเข้าสู่ระบบใหม่ จึงขอถือโอกาสนี้สร้างความเข้าใจกับข้าราชการครูทุกท่าน ดังนี้  

               ตามหลักเกณฑ์ฯ ว 21/2560 ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะไว้ 5 ข้อ คือ
1. มีระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง/วิทยฐานะในแต่ละระดับเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี 

2.มีชั่วโมงการปฏิบัติงานในแต่ละปีไม่น้อยกว่า 800 ชั่วโมง (สำหรับขอวิทยฐานะครูชำนาญการและวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ) หรือไม่น้อยกว่า 900 ชั่วโมง ต่อปี (สำหรับขอวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญและวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญพิเศษ) โดยในชั่วโมงการปฏิบัติงานต้องมีชั่วโมง PLC ในแต่ละปีไม่น้อยกว่า 50 ชั่วโมง ทั้งนี้ต้องมีชั่วโมงสอนขั้นต่ำตามที่ ก.ค.ศ. กำหนดด้วย 3. ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยหรือจรรยาบรรณวิชาชีพในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา 

4. ผ่านการพัฒนาตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด  และ 5. มีผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ย้อนหลัง 5 ปีการศึกษา โดยต้องมีผลการประเมินที่ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า 3 ปีการศึกษา

               จากคุณสมบัติดังกล่าวจะเห็นได้ว่าหากข้าราชการครูทุกท่านได้สั่งสมชั่วโมงการปฏิบัติงานในแต่ละปีอย่างต่อเนื่องครบตามเงื่อนไขที่กำหนดเป็นเวลา 5 ปี และเป็นผู้มีวินัย คุณธรรมฯ ก็จะมีคุณสมบัติ ตามข้อ 1 - 3 ได้อย่างแน่นอน สำหรับคุณสมบัติข้อ 4 การผ่านการพัฒนาตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด นั้น ตาม ว 22/2560 กำหนดว่า ครูต้องเข้ารับการพัฒนาตามความต้องการจำเป็นในแต่ละปี โดยครอบคลุม 3 องค์ประกอบ คือ ความรู้ ทักษะ และความเป็นครู เพื่อให้มีคุณลักษณะที่คาดหวังของแต่ละวิทยฐานะ ปีละไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 20 ชั่วโมง และภายใน 5 ปี ต้องมีชั่วโมงการพัฒนาจำนวน 100 ชั่วโมง หากไม่ครบ 100 ชั่วโมง สามารถนำชั่วโมง PLC ส่วนที่เกิน 50 ชั่วโมงในแต่ละปีมานับรวมได้ ดังนั้น ในเบื้องต้นนี้ หากข้าราชการครูจะเลือกเข้ารับการอบรมในหลักสูตรใด จึงควรพิจารณาว่าหลักสูตรนั้น ๆ เป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอนตามความรับผิดชอบหรือไม่สามารถตอบสนองความต้องการจำเป็นในการพัฒนาที่แท้จริงได้หรือไม่ ครอบคลุมองค์ประกอบการพัฒนาใดบ้าง และที่สำคัญคือต้องเป็นหลักสูตรที่สถาบันคุรุพัฒนารับรองเท่านั้น ทั้งนี้ เมื่อได้รับการพัฒนาในแต่ละปีครบตามเงื่อนไขที่กำหนดแล้ว จะถือว่าเป็นการผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้งตามมาตรา 80 ด้วย โดยไม่ต้องมาเข้ารับการอบรมก่อนแต่งตั้งอีก

               ในส่วนของคุณสมบัติข้อ 5 นั้น ครูทุกคนต้องได้รับการประเมินผลงานฯ เป็นประจำทุกปีการศึกษา โดยเป็นการประเมินจากหน้างานจริงที่ครูทำเป็นปกติอยู่แล้ว และเป็นการประเมินเพื่อพัฒนา โดยผู้อำนวยการสถานศึกษา ซึ่งจะมีการประเมิน 3 ด้าน คือ ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านการบริหารจัดการชั้นเรียน และด้านการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพ ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ. จะได้นำรายละเอียด ในส่วนนี้มานำเสนอให้ได้รับทราบโอกาสต่อไป

พินิจศักดิ์  สุวรรณรังค์

เลขาธิการ ก.ค.ศ

 

 

 

เผยแพร่ทางคอลัมน์ “สถานี ก.ค.ศ.”
หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 17 กรกฎาคม 2560
ดาวน์โหลดไฟล์
ที่มา : สำนักงาน ก.ค.ศ.

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

เชิญชวนคุณครูอบรมออนไลน์หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงพัฒนาได้ค่ะ

เชิญชวนคุณครูอบรมออนไลน์หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงพัฒนาได้ค่ะ (29504)

จะเริ่มต้นอย่างไร ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยคุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ

จะเริ่มต้นอย่างไร ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยคุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ (6581)

ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562(8515)

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตรแทนพระองค์ ม.ราชภัฏ 17-20 มิ.ย.นี้

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตรแทนพระองค์ ม.ราชภัฏ 17-20 มิ.ย.นี้(4273)

โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เนื้อร้ายของการศึกษา แต่การละเลยคุณภาพการศึกษาของเด็ก คือเนื้อร้ายทางความคิด

โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เนื้อร้ายของการศึกษา แต่การละเลยคุณภาพการศึกษาของเด็ก คือเนื้อร้ายทางความคิด (3390)

"สุเทพ" ไม่ฟันธงยกเลิกคูปองครูขอฟังเสียงเขตพื้นที่ฯ ย้ำชัด 2 เดือนเด็กอ่านออกเขียนได้สำเร็จ (6269)

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอรับและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพสำหรับผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีฃึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๒

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอรับและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพสำหรับผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีฃึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๒ (5730)

1 ก.ค. 62 กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญตามกฎกระทรวงฉบับใหม่แล้ว

1 ก.ค. 62 กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญตามกฎกระทรวงฉบับใหม่แล้ว(12517)

ปลัดศธ.ไม่แถลง สรรหา “คุรุสภา สกสค. องค์การค้าฯ” คาดมีการฟ้องร้องกันแน่

ปลัดศธ.ไม่แถลง สรรหา “คุรุสภา สกสค. องค์การค้าฯ” คาดมีการฟ้องร้องกันแน่ (1560)

สพฐ.ยัน!! ไม่มีนโยบายควบรวม-ยุบร.ร.เล็ก ต้องดูบริบทของพื้นที่

สพฐ.ยัน!! ไม่มีนโยบายควบรวม-ยุบร.ร.เล็ก ต้องดูบริบทของพื้นที่(1722)


Tags
ครูต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อเข้าสู่ระบบการประเมินวิทยฐานะและการพัฒนาครูแนวใหม่