สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
อ่านด่วน! ผลกระทบจากเทคโนโลยีที่มีต่อเด็ก
อ่านด่วน! ผลกระทบจากเทคโนโลยีที่มีต่อเด็ก

Advertisement

อ่านด่วน! ผลกระทบจากเทคโนโลยีที่มีต่อเด็ก

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2017-10-15 เปิดอ่านแล้ว : 6631 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

อ่านด่วน! ผลกระทบจากเทคโนโลยีที่มีต่อเด็ก

เด็กในยุค Gen Z (เกิดหลังปี 2000) เติบโตมาพร้อมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและสารพัดอุปกรณ์ไฮเทค อย่างสมาร์ทโฟน ไอแพด และเกมส์ต่างๆ ผลที่ตามมาจากพฤติกรรมเหล่านี้ คือ โรคสมาธิสั้น และมีพัฒนาการด้านต่างๆ ช้าลง 

อ่านด่วน! ผลกระทบจากเทคโนโลยีที่มีต่อเด็ก

หากเด็กถูกเร้าด้วยสิ่งเร้า (ประสาทสัมผัส) ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ แต่ไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกาย หรือลงมือเล่นอะไร (คลุกคลีกับหน้าจอนานๆ) การเรียนรู้และการเจริญเติบโตของเด็กจะถูกกระทบได้ โดยแบ่งเป็นประเด็นดังนี้



1. อ้วน-ผอมเกินไป และเป็นเด็กกินยาก เด็กที่จมจ่อมอยู่กับอุปกรณ์ไฮเทคอาจประสบกับปัญหาใดปัญหาหนึ่งที่ว่ามา เด็กที่อ้วนเกินไปมักเป็นเพราะเด็กไม่ได้เคลื่อนไหว รวมทั้งพ่อแม่หรือพี่เลี้ยงอาจฉวยจังหวะนี้ป้อนอาหารเด็กไปด้วย (ทำให้ได้อาหารมากเกินตามความต้องการของเด็ก) 

2. เด็กขาดสมาธิไม่สามารถสนใจจดจ่อ ซนอยู่ไม่นิ่ง ไม่ใช่แค่เด็กเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีที่ทำให้มีอาการเหมือนเป็นเด็กซนสมาธิสั้น แต่ Edward Hallowell จิตแพทย์ชาวอเมริกัน พบว่าผู้ใหญ่ที่ใช้สมาร์ทโฟนมากเกินไปมีอาการหงุดหงิดง่าย ไม่อดทน รอคอยไม่ได้ และวอกแวก เป็นเพราะจอของโทรทัศน์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตมีการเปลี่ยนแปลงหน้าจออย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันเมื่อสืบค้นอะไรจากอินเตอร์เนตมักจะรวดเร็วทันใจ ไม่ต้องรอคอยเหมือนแต่ก่อน สมองของเด็กจะจดจำความรวดเร็วเหล่านี้ ทำให้เมื่อต้องเผชิญกับชีวิตจริงจึงไม่จดจ่อ รอไม่ไหว คอยไม่เป็น


อ่านด่วน! ผลกระทบจากเทคโนโลยีที่มีต่อเด็ก

3. ร่างกายไม่แข็งแรง ไม่คล่องแคล่วว่องไว ร่างกายไม่ยืดหยุ่น ทักษะกล้ามเนื้อต่างๆ เหล่านี้จะเกิดได้ต้องอาศัยการปีนป่าย ไล่จับ วิ่งเปี้ยว งูกินหาง ตบแผะ ตั้งเต คือไปเล่น ออกกำลังกาย แต่ปัจจุบันเด็กหลายคนไม่รู้จักการเล่นแบบนี้แล้ว การออกกายบริหารคือวิธีลัดที่ช่วยส่งเสริมการประสานสัมพันธ์ของร่างกาย 2 ด้าน ซึ่งถือเป็นการใช้สมอง 2 ซีกทำงานร่วมกัน (Bilateral Integration) อันเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาสมองขั้นสูง 

การใช้เวลากับอุปกรณ์ไฮเทค เด็กขาดโอกาสเล่นกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ ทำให้ร่างกายที่ไม่แข็งแรง ไม่คล่องแคล่ว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโรคอ้วน และอาจพัฒนาเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ได้

4.  ปัญหาต่อการเรียนรู้ผ่านการมอง เป็นผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน หมอพบว่าเด็กหลายคนไม่ชอบมองของเล่น คน หรือสิ่งต่างๆ แต่กลับสนใจมองแต่แสงที่จ้า เช่น แสงไฟ แสงจากหน้าจอ เด็กหลายคนที่มาปรึกษาด้วยปัญหาพัฒนา เมื่อประเมินแล้วพบว่าเด็กตาลอย เพราะขาดสมาธิในการมอง ไม่สามารถมองตาม หรือไม่เข้าใจภาพที่เห็นหรือเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะเคยชินกับภาพจากหน้าจอที่เป็น 2 มิติมีสีสันฉูดฉาด ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสติปัญญาที่เด็กต้องได้เรียนรู้จากของจริงที่เป็น 3 มิติเสียก่อน เพื่อในระยะยาวเด็กต้องนำไปใช้เมื่อโตขึ้น ต้องอ่าน ต้องเขียน ต้องลงมือทำ นอกจากนี้ยังพบปัญหาทางสายตามากขึ้นในเด็กที่เพ่งมองอุปกรณ์นี้ เช่น สายตาสั้น สายตาเอียง เป็นต้น


อ่านด่วน! ผลกระทบจากเทคโนโลยีที่มีต่อเด็ก

5. ปัญหาต่อการเรียนรู้ผ่านการฟัง พัฒนาการทางภาษา เช่น เด็กพูดช้า หรือความเข้าใจภาษาชั้นสูง (Language Comprehension) ไม่ได้ถูกฝึกฝน มีทั้งฟังแล้วจำไม่ได้ ฟังแล้วคิดตามไม่ได้ เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่หมอพบมาก การเรียนรู้ด้านภาษาล้วนต้องผ่านการเล่นแบบมีปฏิสัมพันธ์ทั้งกับผู้ใหญ่หรือเด็กด้วยกัน เช่น เกมจำชื่อสัตว์ เกม “อะไรเอ่ย” กิจกรรมที่ลงมือทำด้วยกันที่ช่วยให้เด็กเข้าใจลำดับเหตุการณ์ (Sequencing) การเชื่อมโยงเหตุและผล (อาจผ่านการเล่านิทาน การแก้ปัญหาในชีวิตจริง) เราพบว่าหากเป็นเด็กที่อ่านได้แล้ว บางครั้งการอ่านข้อมูลจากเวบไซต์ก็เป็นข้อมูลที่เชื่อถือไม่ได้มากมาย หากขาดผู้ใหญ่คอยช่วยกระตุ้นให้คิด เชื่อมโยง เด็กมีโอกาสรับข้อมูลผิดๆ เหล่านั้น รวมทั้งขาดโอกาสในการฝึกคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์อีกด้วย


6. มีปัญหาการเขียน องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เด็กเขียนได้ดี คือ ลำตัวต้องแข็งแรง (ผ่านการเล่น ปีนป่าย) หัวไหล่ต้องมั่นคง (ผ่านการเล่น เช่น กิจกรรมโหนบาร์ ยกของ ลากของ กายบริหาร) ข้อมือกระดกและมั่นคง รวมทั้งกล้ามเนื้อมือต้องแข็งแรง หากเด็กขาดโอกาสในการออกกำลังกายแล้ว และการใช้อุปกรณ์ไฮเทคที่ใช้แค่นิ้วชี้ (เพื่อกดทัชสกรีน หรือบางครั้งอาจมีนิ้วอื่นบ้าง) แต่แทบไม่ได้ฝึกฝนร่างกายส่วนอื่นเลย เด็กจะมีองค์ประกอบการเขียนที่ดีได้อย่างไร นี่ยังไม่นับทักษะที่เด็กต้องสามารถประสานการทำงานระหว่างมือกับตา (Visual-Motor Integration) นอกจากนี้ หากมองในมิติการเขียนรายงานในเด็กที่เข้าโรงเรียนแล้ว ปัจจุบันจะพบว่าบ่อยครั้งที่เด็กทำรายงานส่ง เด็กมักใช้การ Copy and Paste แต่ไม่ได้เขียนจากสิ่งที่เรียนรู้มาด้วยตนเอง ซึ่งเป็นทักษะการเขียนที่ต้องฝึกฝน 

อ่านด่วน! ผลกระทบจากเทคโนโลยีที่มีต่อเด็ก


7. ขาดทักษะในการแก้ปัญหา เด็กจะแก้ปัญหาได้ ต้องได้เผชิญอุปสรรค ได้คิด ลงมือทำ (ลองผิด-ลองถูก) จากประสบการณ์ตรงในชีวิตประจำวัน หรือในขณะที่เล่น ซึ่งบ่อยครั้งอาจเรียกว่า “ทักษะชีวิต” แต่เกมคอมพิวเตอร์ที่เด็กเล่นมักเน้นการต่อสู้ หรือการแก้ปัญหาเพียงบางเรื่อง (เช่น ฝึกมิติสัมพันธ์) ไม่หลากหลายและไม่ครอบคลุมรอบด้าน ขณะที่การได้เล่นเป็นกลุ่ม เด็กจะได้ฝึกทักษะในการแก้ข้อขัดแย้งเวลาทะเลาะกับเพื่อน การเล่นประดิษฐ์สิ่งของ การเล่นสมมติ เด็กจะได้โอกาสฝึกแก้ปัญหา ตัวอย่างเช่น หากของเล่นเสียจะซ่อมแซมและประยุกต์สิ่งอื่นมาใช้แทนอย่างไร หากเกิดอุปสรรคในการเล่น จะร่วมกันคิดแก้ปัญหาอย่างไร

8. ขาดความสัมพันธ์กับผู้คน การเล่นอุปกรณ์ไฮเทคเหล่านี้ มักทำให้เด็กอยู่ลำพังเป็นเวลานานๆ ขาดโอกาสในการเข้าสู่สังคม ไม่ว่าจะเป็นสังคมในบ้าน (กับผู้ใหญ่หรือเด็กอื่นในครอบครัว) หรือสังคมนอกบ้าน (เพื่อนบ้าน) ซึ่งทักษะสังคมไม่ใช่สิ่งที่ติดตัวเด็กมาตั้งแต่เกิด แต่เด็กต้องได้ฝึกอยู่ร่วมกับคนอื่น 

อ่านด่วน! ผลกระทบจากเทคโนโลยีที่มีต่อเด็ก

9. การรับรู้มิติแห่งเวลาเปลี่ยนแปลงไป เพราะความเร็วของเทคโนโลยี ความรวดเร็วในการติดต่อสื่อสารกัน ทำให้เด็กรุ่นใหม่เริ่มรับรู้มิติแห่งเวลาเปลี่ยนแปลงไป ทุกอย่างในชีวิตต้องเร่งรีบ (ซึ่งไม่รู้ว่าจะรีบไปไหน) เด็กไม่ได้ฝึกการจัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ ในชีวิต เช่น สิ่งที่ต้องทำ สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่อาจทำ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความเครียดหนึ่งของเด็ก เพราะขณะที่มีความเร่งรีบ ร่างกายมีการหลั่งฮอร์โมนความเครียดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้

10. มีปัญหาการนอน หน้าจอของอุปกรณ์เหล่านี้มักมีแสงที่สว่าง ซึ่งอาจกระทบต่อการสร้างสารที่จำเป็นต่อการนอน (สารนี้จะสร้างได้ดีเมื่ออยู่ในที่มืด หรือเวลากลางคืน) รวมถึงเด็กอาจถูกเร้าจนไม่สามารถสงบตนเองลงเพื่อให้นอนหลับได้ 

11. ผลกระทบอื่นที่ยังไม่รู้ อุปกรณ์เหล่านี้อาจมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งในระยะสั้นยังไม่พบว่าส่งผลเสียต่อร่างกายหรือไม่ แต่ควรรอดูในระยะยาวกันอีกว่าจะเกิดผลกระทบใดหรือไม่


ขอบคุณที่มา:  http://www.healthygamer.net/information/article/13867

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

คู่มือการบริหารงาน 4ฝ่าย ในโรงเรียน

คู่มือการบริหารงาน 4ฝ่าย ในโรงเรียน ..(34061)

คู่มือ การปฏิบัติงาน ธุรการโรงเรียน

คู่มือ การปฏิบัติงาน ธุรการโรงเรียน ..(9384)

แบบฝึกทักษะ การเขียน การอ่าน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

แบบฝึกทักษะ การเขียน การอ่าน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ..(9137)

คุณครูดาวน์โหลดเลย!! หนังสือครบเครื่องเรื่อง PLC  5 เล่ม โดย ศน.นัตยา หล้าทูนธีรกุล

คุณครูดาวน์โหลดเลย!! หนังสือครบเครื่องเรื่อง PLC 5 เล่ม โดย ศน.นัตยา หล้าทูนธีรกุล..(12372)

ดาวน์โหลดที่นี่! ข้อสอบ O-NET ป.6 ม.3และม.6 ปีการศึกษา 2560 (พร้อมเฉลย)

ดาวน์โหลดที่นี่! ข้อสอบ O-NET ป.6 ม.3และม.6 ปีการศึกษา 2560 (พร้อมเฉลย) ..(10750)

อัพเดตอีกแล้ว!! โปรแกรม Logbook (เพิ่มปุ่มแทรกแถวและลบแถว ในแผ่นงานที่ 2 - 5) ล่าสุด 29 ตุลาคม 2561

อัพเดตอีกแล้ว!! โปรแกรม Logbook (เพิ่มปุ่มแทรกแถวและลบแถว ในแผ่นงานที่ 2 - 5) ล่าสุด 29 ตุลาคม 2561 ..(11463)

หนังสือราชการรั่วไหลสู่บุคคลภายนอก ... ทางสื่อสังคมออนไลน์ หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดหรือไม่ ? !!

หนังสือราชการรั่วไหลสู่บุคคลภายนอก ... ทางสื่อสังคมออนไลน์ หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดหรือไม่ ? !! ..(4484)

มาแล้ว!! กรอบโครงสร้าง ข้อสอบ NT ป.3 ปีการศึกษา 2561

มาแล้ว!! กรอบโครงสร้าง ข้อสอบ NT ป.3 ปีการศึกษา 2561 ..(20290)

มาแล้ว!! กรอบโครงสร้าง แบบทดสอบการอ่าน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2561

มาแล้ว!! กรอบโครงสร้าง แบบทดสอบการอ่าน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2561..(12067)

ตัวอย่าง แบบฟอร์ม การตรวจสอบพัสดุประจำปี ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ พ.ศ.2560

ตัวอย่าง แบบฟอร์ม การตรวจสอบพัสดุประจำปี ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริห..(45946)


Tags
อ่านด่วน!
ผลกระทบจากเทคโนโลยีที่มีต่อเด็ก
MBA
IELTS
chulatutor