วิจัยพบ! โรงเรียนดี ไม่เท่า“พ่อแม่ดี”
วิจัยพบ! โรงเรียนดี ไม่เท่า“พ่อแม่ดี”

Advertisement

Advertisement

วิจัยพบ! โรงเรียนดี ไม่เท่า“พ่อแม่ดี”

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2018-03-11 เปิดอ่านแล้ว : 13574 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

วิจัยพบ! โรงเรียนดี ไม่เท่า“พ่อแม่ดี”

ปฏิเสธไม่ได้ว่า มีความเชื่อเกี่ยวกับการเลือกโรงเรียนให้กับลูกอยู่ในหมู่พ่อแม่พอสมควร นั่นก็คือ ความเชื่อที่ว่าการพยายามเฟ้นหาโรงเรียนที่ดี (มีชื่อเสียง เป็นโรงเรียนเก่าแก่ มีอุปกรณ์ด้านการเรียนการสอนครบครัน มีครูที่เก่ง มีโอกาสในการสอบเข้าสถาบันดังๆ สูง ฯลฯ) นั้นอาจเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือการันตีความสำเร็จในอนาคตของลูกๆ แต่นั่นอาจไม่สำคัญอีกต่อไป เพราะมีการศึกษาวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่า การอบรมสั่งสอน เลี้ยงดูเด็กๆ อย่างดีจากพ่อแม่นั้น “สำคัญ” กว่าการได้เข้าเรียนในโรงเรียนดีๆ เสียอีก

วิจัยพบ! โรงเรียนดี ไม่เท่า“พ่อแม่ดี”

คำกล่าวดังกล่าวมาจากงานวิจัยของนักวิจัยแดนอินทรี ที่เผยว่า การที่เด็กจะประสบความสำเร็จในการเรียนได้นั้น พ่อแม่มีส่วนสำคัญอย่างมาก และพบว่า เด็กที่พ่อแม่คอยมีส่วนร่วมในการทำการบ้าน ให้กำลังใจ กระตุ้นให้ลูกเห็นความสำคัญของการศึกษา รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ กับทางโรงเรียนนั้นมักจะเป็นเด็กที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง

โดยการศึกษานี้จัดทำขึ้นในสหรัฐอเมริกา โดยเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลของเด็กวัยทีนราว 10,585 คน จากโรงเรียนมัธยมประมาณพันแห่งในรัฐต่างๆ

วิจัยพบ! โรงเรียนดี ไม่เท่า“พ่อแม่ดี”

นักวิจัยพบว่า ครอบครัวที่มีการจำกัดเวลาการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (ไม่เฉพาะแค่ทีวี ปัจจุบันมีหน้าจอแสดงผลจำนวนมากที่มีความเกี่ยวพันต่อชีวิตประจำวันของเด็ก เช่น หน้าจอคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นเกม โทรศัพท์มือถือ เครื่องเล่นเกมแบบพกพา แท็บเล็ต ฯลฯ) นั้นมีผลดีต่อสุขภาพของเด็กอย่างเห็นได้ชัด

ดร.Aric Sigma เผยว่า โดยเฉลี่ยแล้ว ที่บ้านของเด็กอายุ 10 ปีจะมีเครื่องเล่นต่างๆ ที่พร้อมจะดึงดูดความสนใจจากเด็กอย่างน้อย 5 ชิ้น เปรียบได้กับพี่เลี้ยงอิเล็กทรอนิกส์ที่พ่อแม่ส่งมาให้กับลูก เพื่อให้พวกเขาไม่กวน หรือร้องโยเย แต่ยิ่งมีอุปกรณ์เหล่านั้นมากเท่าใด ปัญหาสุขภาพของลูกก็พบได้มากเท่านั้น

“เด็กในปัจจุบันมีความเสี่ยงในการเกิดโรคอ้วน เบาหวาน (ชนิดที่ 2) และโรคหลอดเลือดหัวใจมากขึ้น นอกจากนั้น การใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้โดยไม่บันยะบันยังยังส่งผลต่อสุขภาพจิต และทักษะการเข้าสังคมของเด็กด้วย”

วิจัยพบ! โรงเรียนดี ไม่เท่า“พ่อแม่ดี”

Advertisement

ด้านนักวิจัยจากนอร์ธแคโรไลนา ดร.Toby Parcel ก็ได้เปิดผลการสำรวจที่น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยพบว่าการมีส่วนร่วมของพ่อแม่ในการเรียนของเด็กก็มีความสำคัญ ยกตัวอย่างเช่น การตรวจสอบการบ้านของลูกเป็นประจำทุกวัน มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่ลูกเรียนในแต่ละวันอย่างสม่ำเสมอ อีกยังเข้าร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้นกับลูกๆ ไม่เคยขาด ฯลฯ เพราะการมีส่วนร่วมของพ่อแม่ดังที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น เป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้พ่อแม่ทราบความคืบหน้าในการศึกษาเล่าเรียนของลูกนั่นเอง

ดร.Toby ยังพบว่า เด็กที่ได้เรียนในโรงเรียนที่ดี มีสภาพแวดล้อมดีๆ แต่พ่อแม่ไม่สนใจนั้น ยังทำคะแนนได้น้อยกว่าเด็กที่เรียนในโรงเรียนธรรมดา (ชื่อชั้นด้อยกว่าโรงเรียนกลุ่มแรก) แต่พ่อแม่มีส่วนร่วมในการเรียนของลูก โดยอ้างอิงจากคะแนนของเด็กวัยรุ่นจำนวนหนึ่งที่เรียนในโรงเรียนที่อาจจะไม่ได้มีคุณภาพมากเท่ากับโรงเรียนชั้นนำ แต่เด็กกลุ่มนี้มีพ่อแม่ที่สนใจในการเรียนของลูก และพบว่า พวกเขาสามารถทำคะแนนสอบได้สูงกว่าเด็กที่เรียนในโรงเรียนชั้นนำ แต่พ่อแม่ไม่เอาใจใส่ในการเรียนเสียอีก (ผลการศึกษานี้ได้รับการตีพิมพ์ใน the journal Research and Social Stratification and Mobility)

วิจัยพบ! โรงเรียนดี ไม่เท่า“พ่อแม่ดี”

ดร.Toby Parcel เจ้าของงานวิจัย เผยว่า “โรงเรียนและพ่อแม่ล้วนมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของเด็ก แต่การมีส่วนร่วมของครอบครัวนั้นพบว่าสำคัญกว่า และนำไปสู่การประสบความสำเร็จในการเรียนได้มากกว่า”

บางทีการแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาอาจไม่ใช่การแก้ที่ระบบการเรียนการสอนแต่เพียงอย่างเดียวเหมือนที่หลายคนเข้าใจ แต่อาจต้องแก้ “ภาพรวม” ทั้งหมดในการจัดระบบการเรียนการสอนก็เป็นได้ และนั่นอาจต้องเริ่มให้คนเป็นพ่อแม่มีความเข้าใจ และหันมาร่วมมือพัฒนาการศึกษาของลูกๆ ให้มากขึ้นนั่นเอง

วิจัยพบ! โรงเรียนดี ไม่เท่า“พ่อแม่ดี”

“การศึกษาของเราชี้ให้เห็นว่า พ่อแม่ควรตระหนักในความสำคัญของตนเองให้มากขึ้นว่าสามารถช่วยให้ผลการเรียนของลูกดีขึ้นได้ และควรทุ่มเทเวลาให้กับลูกๆ ด้วยการหมั่นตรวจสอบการบ้านของลูก เข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียน และการอบรมให้ลูกทราบถึงความสำคัญของการศึกษา” ดร.Toby กล่าวทิ้งท้าย

เรียบเรียงจากเดลิเมล

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

ดาวน์โหลดฟรี!! โปรแกรมจัดตารางเรียน

ดาวน์โหลดฟรี!! โปรแกรมจัดตารางเรียน(9921)

คุณครูดาวน์โหลดไปใช้เลย!! ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 4.0

คุณครูดาวน์โหลดไปใช้เลย!! ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 4.0(35471)

ดาวน์โหลดที่นี่!! หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา แผนการจัดการเรียนรู้ ระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น

ดาวน์โหลดที่นี่!! หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา แผนการจัดการเรียนรู้ ระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น(18631)

ตัวอย่างเครื่องมือประเมินคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัยและระดับขั้นพื้นฐาน

ตัวอย่างเครื่องมือประเมินคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัยและระดับขั้นพื้นฐาน (17504)

ไฟล์word!! แบบคำขอมีวิทยฐานะ (วฐ.1-3) สำหรับคุณครู แบบใหม่ (ว21) ครบทุกสังกัด!!

ไฟล์word!! แบบคำขอมีวิทยฐานะ (วฐ.1-3) สำหรับคุณครู แบบใหม่ (ว21) ครบทุกสังกัด!! (23858)

เอกสาร หลักฐาน การศึกษา ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

เอกสาร หลักฐาน การศึกษา ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (8413)

“ตัวอย่างวิจัยในชั้นเรียน” หลายร้อยเรื่อง (ไฟล์ PDF และ ไฟล์ Word แก้ไขได้)

“ตัวอย่างวิจัยในชั้นเรียน” หลายร้อยเรื่อง (ไฟล์ PDF และ ไฟล์ Word แก้ไขได้) (26289)

14 รูปแบบ การจัดโต๊ะในห้องเรียน เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้

14 รูปแบบ การจัดโต๊ะในห้องเรียน เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ (47273)

สพฐ.เผยแพร่ หน่วยการเรียนรู้ Active Learning ที่ได้รับรางวัลเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับครูในการออกแบบหน่วยการเรียนรู้

สพฐ.เผยแพร่ หน่วยการเรียนรู้ Active Learning ที่ได้รับรางวัลเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับครูในการออกแบบหน่วยการเรียนรู้(22795)

คำอธิบายและไฟล์ตัวอย่าง “การพิมพ์หนังสือราชการ” ที่ถูกต้อง ตามระเบียบ งานสารบรรณ

คำอธิบายและไฟล์ตัวอย่าง “การพิมพ์หนังสือราชการ” ที่ถูกต้อง ตามระเบียบ งานสารบรรณ(10902)


Tags
วิจัยพบ!
โรงเรียนดี
ไม่เท่า“พ่อแม่ดี”