คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับพัสดุทั้งที่ผู้รับจ้างทํางานไม่เสร็จ ถือว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบมีโทษไล่ออก (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด)
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับพัสดุทั้งที่ผู้รับจ้างทํางานไม่เสร็จ ถือว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบมีโทษไล่ออก (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด)

Advertisement

Advertisement

คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับพัสดุทั้งที่ผู้รับจ้างทํางานไม่เสร็จ ถือว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบมีโทษไล่ออก (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด)

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2018-03-27 เปิดอ่านแล้ว : 49484 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับพัสดุทั้งที่ผู้รับจ้างทํางานไม่เสร็จ ถือว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบมีโทษไล่ออก (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด)

คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับพัสดุทั้งที่ผู้รับจ้างทํางานไม่เสร็จ

นางสาวจิดาภา มุสิกธนเสฏฐ์ พนักงานคดีปกครองชํานาญการ

กลุ่มเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการและวารสาร สํานักวิจัยและวิชาการ สํานักงานศาลปกครอง

ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ข้อ ๗๑ (๒) กำหนดให้ “คณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีหน้าที่ตรวจรับพัสดุให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักฐานที่ตกลงกันไว้ สําหรับกรณีที่มีการทดลอง หรือตรวจสอบในทางเทคนิคหรือทางวิทยาศาสตร์ จะเชิญผู้ชํานาญการหรือ ผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับพัสดุนั้นมาให้คําปรึกษา หรือส่งพัสดุนั้นไปทดลองหรือตรวจสอบ ณ สถานที่ของ ผู้ชํานาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒินั้น ๆ ก็ได้ ในกรณีจําเป็นที่ไม่สามารถตรวจนับเป็นจํานวนหน่วยทั้งหมดได้ ให้ตรวจรับตามหลักวิชาการสถิติ” กรณีที่กรรมการตรวจรับพัสดุได้ลงลายมือชื่อตรวจรับพัสดุก่อนที่ผู้รับจ้างจะทํางานแล้วเสร็จ และต่อมาผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานจนครบถ้วน แต่ล่าช้าเกินกว่ากำหนด เป็นการไม่ปฏิบัติ ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และกรณีเช่นนี้ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ อันเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และเป็นการกระทําอันได้ชื่อว่า เป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงหรือไม่ ?

ข้อเท็จจริงในคดีนี้ คือ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ (กรมทางหลวงชนบท) มีคําสั่งลงโทษไล่ผู้ฟ้องคดี ออกจากราชการตามมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ (คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) กรณีขณะที่ผู้ฟ้องคดีดํารงตําแหน่งนายช่างเครื่องกล ๕ สํานักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท ได้รับแต่งตั้งเป็น คณะกรรมการตรวจรับพัสดุร่วมกับนาย พ. และนาย ส. ในงานจ้างซ่อมรถยนต์ส่วนกลาง หมายเลขครุภัณฑ์ ๐๑ - ๐๑ โดยร่วมกันลงลายมือชื่อตรวจรับงานซ่อมในใบตรวจรับพัสดุลงวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๓๘ ทั้งที่งานซ่อม ยังไม่แล้วเสร็จ ผู้รับจ้างจึงส่งมอบงานล่าช้ากว่ากำหนดแต่มีการเบิกจ่ายเงินค่าซ่อมแซมรถยนต์คันดังกล่าว ให้กับผู้รับจ้างถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อ ๗๑ (๒) ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ทําให้สํานักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทได้รับความเสียหาย เป็นความผิดทางวินัยฐานปฏิบัติหรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ

เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อ หน้าที่ราชการและเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงและมีความผิด อาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามมาตรา ๑๕๗ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ผู้ฟ้องคดีไม่เห็นด้วยกับคําสั่งดังกล่าว จึงยื่นอุทธรณ์ต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ (คณะกรรมการ พิทักษ์ระบบคุณธรรม)

โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ มีคําวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ดําเนินการสอบสวนหลังจากที่ผู้ฟ้องคดีกระทําผิดเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี โดยไม่ปรากฏเหตุแห่งความล่าช้า ประกอบกับต้นสังกัดเดิมถูกยุบเลิกไป เป็นผลให้ผู้ฟ้องคดีไม่อาจรวบรวมพยานหลักฐานที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ตามข้อกล่าวหาได้อย่างครบถ้วน และไม่เปิดโอกาสให้ผู้ฟ้องคดีชี้แจงแก่ข้อกล่าวหาหรือนําพยานหลักฐาน มาหักล้างแก่ข้อกล่าวหา

เป็นการใช้ดุลพินิจลงโทษที่รุนแรงไม่สมควรแก่ความผิด จึงนําคดีมาฟ้อง ต่อศาลปกครองขอให้ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งให้เพิกถอนมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่มีมติว่าผู้ฟ้องคดี มีความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และเพิกถอนคําสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ที่ลงโทษไล่ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการ และคําวินิจฉัยของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ที่ให้ยกอุทธรณ์ (ACT MAGAZINE) ๒ คดีนี้มีประเด็นปัญหาที่สําคัญ ๒ ประเด็น ประเด็นแรกคือ ผู้ฟ้องคดีกระทําผิดวินัย อย่างร้ายแรงฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับ ประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงหรือไม่ ?

Advertisement

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า

ผู้ฟ้องคดีให้การต่อเจ้าหน้าที่ของสํานักงานการตรวจเงิน แผ่นดินเมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๓๙ รับว่าการซ่อมรถยนต์คันดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ แต่ที่ลงลายมือชื่อ เพราะเห็นว่า นาย พ. ประธานกรรมการ ได้ลงลายมือชื่อตรวจรับ และเจ้าของอู่ให้การเมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๓๙ ยอมรับเช่นกันว่า การซ่อมรถยนต์คันดังกล่าวตามรายการที่ ๑ - ๕ ซ่อมเสร็จประมาณกลางปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ส่วนรายการที่ ๖ - ๑๑ ซ่อมเสร็จประมาณปลายเดือนธันวาคม ๒๕๓๘ และเสร็จเรียบร้อย ทุกอย่างเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๓๙ และได้นํารถยนต์ไปส่งมอบที่สํานักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทในวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๓๙

คําให้การดังกล่าวเป็นคําให้การที่ใกล้ชิดกับวันเกิดเหตุย่อมมีความน่าเชื่อถือ จึงรับฟัง เป็นที่ยุติได้ว่า รถยนต์คันดังกล่าวยังซ่อมไม่แล้วเสร็จ ส่วนการดําเนินการสอบสวนผู้ฟ้องคดีแม้ล่าช้าภายหลัง วันเกิดเหตุถึง ๑๒ ปี แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้ดําเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงและชี้มูลความผิดภายในอายุความ ตามที่กฎหมายกำหนด และเปิดโอกาสให้ผู้ฟ้องคดีได้ใช้สิทธิในกระบวนการยุติธรรมตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ อย่างครบถ้วนแล้ว

การดําเนินการไต่สวนของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ จึงเป็นไปตามรูปแบบ ขั้นตอน และวิธีการ ตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น การที่ผู้ฟ้องคดีซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างซ่อมรถยนต์ ส่วนกลาง หมายเลขครุภัณฑ์ ชพ ๐๑ - ๐๑ ทราบว่าผู้รับจ้างยังซ่อมรถยนต์ไม่แล้วเสร็จตามที่วันเวลา ที่กำหนด อันเป็นการผิดสัญญาจ้างแต่ยังลงลายมือชื่อตรวจรับพัสดุในใบตรวจรับงานซ่อมรถยนต์ว่า งานซ่อมแล้วเสร็จเรียบร้อยถูกต้อง อันเป็นเท็จ เพื่อให้สามารถนําเอกสารมาเบิกเงินค่าจ้างซ่อมรถยนต์ ให้แก่ผู้รับจ้างไปก่อน จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อ ๗๑ (๒) ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ทําให้ผู้รับจ้างได้รับประโยชน์ซึ่งเป็นการแสดงเจตนาให้เห็นว่าผู้ฟ้องคดีตั้งใจ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทําให้สํานักงานเร่งรัดพัฒนา ชนบทได้รับความเสียหาย แม้ภายหลังจะได้ส่งมอบรถยนต์ที่ซ่อมแล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๓๙ ซึ่งความเสียหายส่วนนี้ระงับไปก็ตาม แต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุก็ไม่ได้เสนอให้ผู้ว่าจ้างเรียกค่าปรับจากผู้รับจ้างซึ่งจะต้องถูกปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๒๐ ของราคาจ้างจากการส่งมอบงาน ล่าช้ากว่ากำหนด ๒๙๙ วัน เป็นเงิน ๒๙,๙๐๐ บาท อันเป็นการทําให้ผู้รับจ้างได้รับประโยชน์แม้ว่าผู้ฟ้องคดี จะไม่ได้รับประโยชน์ตอบแทน แต่ก็เป็นการทําให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้รับ การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ วินิจฉัยว่า

พฤติการณ์แห่งการกระทําของผู้ฟ้องคดีถือว่ามีมูลความผิดโดยถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อ หน้าที่ราชการ อันเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และกระทําการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา ๘๒ วรรคสาม และมาตรา ๙๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ จึงชอบด้วยกฎหมาย ประเด็นที่สอง คําสั่งลงโทษไล่ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการตามมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และคําวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ? ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าการพิจารณาลงโทษผู้ฟ้องคดี มีความล่าช้าแต่อย่างใด โดยได้ปฏิบัติตามกรอบระยะเวลาและขั้นตอนตามที่กฎหมายกำหนด ตลอดจน เปิดโอกาสให้ผู้ฟ้องคดีได้อุทธรณ์คําสั่งลงโทษทางวินัยต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ คําสั่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ที่ลงโทษ ไล้ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการ จึงชอบด้วยกฎหมาย ส่วนคําวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ที่ให้ ยกอุทธรณ์ นั้น

เมื่อการพิจารณาอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ดําเนินการไปตามขั้นตอน และวิธีการที่ กฎ ก.พ.ค. ว่าด้วยการอุทธรณ์และการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนดไว้ การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ เห็นว่าผู้ฟ้องคดีกระทําผิดวินัยและระดับโทษทางวินัยที่รับเหมาะสมแล้ว ไม่มีเหตุ ลดหย่อนโทษ และคําสั่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ที่ลงโทษไล่ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการเป็นคําสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ มีคําวินิจฉัยอุทธรณ์ให้ ยกอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดี จึงชอบด้วยกฎหมาย "ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นศาลปกครองสูงสุด"จึงมีคําพิพากษายกฟ้อง ("คําพิพากษา ศาลปกครองสูงสุดที่ ฟ. ๒๐/๒๕๖๐") คําพิพากษาดังกล่าวเป็นอุทาหรณ์ที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่ราชการของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทําหน้าที่เป็นกรรมการตรวจรับพัสดุว่า ก่อนจะทําการตรวจรับพัสดุจะต้องศึกษา ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ หรือพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๐ เป็นต้นไป

และข้อกำหนดในสัญญาให้เข้าใจเพื่อปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบและข้อกำหนดในสัญญา และไม่ทําให้ราชการได้รับความเสียหาย หากกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับพัสดุโดยไม่มีความรู้ ความเข้าใจในกฎหมาย ระเบียบและข้อกำหนดในสัญญา หรือละเว้นไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบหรือ ข้อกำหนดในสัญญา จนเป็นเหตุให้ราชการได้รับความเสียหาย อันเป็นการกระทําผิดวินัยที่ต้องถูกลงโทษ ทางวินัย และอาจเป็นความผิดทางอาญาตามมาตรา ๑๕๗ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ฐานเป็น เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ที่มา : สํานักวิจัยและวิชาการ สํานักงานศาลปกครอง

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

ดาวน์โหลดฟรี!! โปรแกรมจัดตารางเรียน

ดาวน์โหลดฟรี!! โปรแกรมจัดตารางเรียน(9921)

คุณครูดาวน์โหลดไปใช้เลย!! ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 4.0

คุณครูดาวน์โหลดไปใช้เลย!! ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 4.0(35471)

ดาวน์โหลดที่นี่!! หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา แผนการจัดการเรียนรู้ ระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น

ดาวน์โหลดที่นี่!! หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา แผนการจัดการเรียนรู้ ระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น(18631)

ตัวอย่างเครื่องมือประเมินคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัยและระดับขั้นพื้นฐาน

ตัวอย่างเครื่องมือประเมินคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัยและระดับขั้นพื้นฐาน (17504)

ไฟล์word!! แบบคำขอมีวิทยฐานะ (วฐ.1-3) สำหรับคุณครู แบบใหม่ (ว21) ครบทุกสังกัด!!

ไฟล์word!! แบบคำขอมีวิทยฐานะ (วฐ.1-3) สำหรับคุณครู แบบใหม่ (ว21) ครบทุกสังกัด!! (23858)

เอกสาร หลักฐาน การศึกษา ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

เอกสาร หลักฐาน การศึกษา ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (8413)

“ตัวอย่างวิจัยในชั้นเรียน” หลายร้อยเรื่อง (ไฟล์ PDF และ ไฟล์ Word แก้ไขได้)

“ตัวอย่างวิจัยในชั้นเรียน” หลายร้อยเรื่อง (ไฟล์ PDF และ ไฟล์ Word แก้ไขได้) (26289)

14 รูปแบบ การจัดโต๊ะในห้องเรียน เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้

14 รูปแบบ การจัดโต๊ะในห้องเรียน เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ (47273)

สพฐ.เผยแพร่ หน่วยการเรียนรู้ Active Learning ที่ได้รับรางวัลเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับครูในการออกแบบหน่วยการเรียนรู้

สพฐ.เผยแพร่ หน่วยการเรียนรู้ Active Learning ที่ได้รับรางวัลเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับครูในการออกแบบหน่วยการเรียนรู้(22795)

คำอธิบายและไฟล์ตัวอย่าง “การพิมพ์หนังสือราชการ” ที่ถูกต้อง ตามระเบียบ งานสารบรรณ

คำอธิบายและไฟล์ตัวอย่าง “การพิมพ์หนังสือราชการ” ที่ถูกต้อง ตามระเบียบ งานสารบรรณ(10902)


Tags
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับพัสดุทั้งที่ผู้รับจ้างทํางานไม่เสร็จ
ถือว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบมีโทษไล่ออก
(คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด)