สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
สอบไม่ผ่าน! ฟ้องตรวจสอบครูผู้สอน ได้หรือไม่?
สอบไม่ผ่าน! ฟ้องตรวจสอบครูผู้สอน ได้หรือไม่?

Advertisement

สอบไม่ผ่าน! ฟ้องตรวจสอบครูผู้สอน ได้หรือไม่?

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2018-04-05 เปิดอ่านแล้ว : 5825 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

สอบไม่ผ่าน! ฟ้องตรวจสอบครูผู้สอน ได้หรือไม่?

“สอบได้เป็นเรื่องตลก สอบตกเป็นเรื่องธรรมชาติ” วลีคลาสสิกที่เอาไว้ปลอบใจผู้สอบไม่ผ่าน ที่ใช้กันมาทุกยุคทุกสมัย

จะว่าไปแล้ว.. เรื่องการสอบนี้ เป็นเรื่องที่หนีไม่พ้นกันเลยจริงๆ ครับ แม้จะผ่านวัยเรียนเข้ามาสู่วัยทํางาน แล้วก็ตาม ก็ยังต้องมีการเรียนเพิ่มเติม ซึ่งก็ต้องมีการประเมินผลหรือสอบวัดผลอีกเช่นกัน และที่ทรมานใจ ใครหลายคนเห็นจะเป็นการสอบป้องกันวิทยานิพนธ์หรือดุษฎีนิพนธ์ ที่เวลาขึ้นสอบทีไร ใจก็เต้นตึกตักๆ ทุกทีไป ที่พูดเช่นนี้ เพราะครองธรรมก็ยังรู้สึกอย่างนั้นเช่นกันครับ...

ที่ผ่านมาเราคงได้ยินข่าวเรื่องของอาจารย์ที่ใช้เกรดมาเป็นข้อต่อรองกับนักศึกษาในหลายๆ กรณี ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าละอายและผิดจรรยาบรรณ และมีหลายคนตั้งคําถามกับผมว่า ถ้าเราสอบไม่ผ่าน ทั้งที่เห็นว่า ตัวเองน่าจะสอบผ่าน หรือเห็นว่าอาจารย์หรือคณะกรรมการมีอคติหรือให้คะแนนโดยไม่เป็นธรรม จะสามารถ ฟ้องศาลปกครองให้ตรวจสอบได้หรือไม่ ?

คําถามนี้น่าสนใจ.. ผมเลยขอนําคําตอบมาเฉลยกันในคอลัมน์ครบเครื่องคดีปกครองด้วยครับ

กรณีการฟ้องโต้แย้งผลการสอบของสถาบันการศึกษาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือเอกชน ถือเป็น คดีปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ซึ่งก็คือ การฟ้องว่าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทําการหรือใช้อํานาจทางปกครอง โดย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งนี้เพราะศาลปกครองสูงสุดได้เคยวางหลักไว้แล้วว่า “การจัดการศึกษาไม่ว่าจะเป็นโครงการจัด การศึกษา หลักสูตรการเรียนการสอน ตลอดจนการวัดผลการศึกษา เป็นภารกิจที่รัฐมีหน้าที่ในทางปกครอง ที่ต้องควบคุมดูแลเพื่อให้การจัดการศึกษาซึ่งถือว่าเป็นบริการสาธารณะประเภทหนึ่งบรรลุผล โดยมี หน่วยงานของรัฐเป็นผู้ดําเนินการเอง (สถาบันการศึกษาของรัฐ) หรืออาจมอบหมายให้องค์กรเอกชนดําเนินการ แทน” ดังนั้นสถาบันการศึกษาที่เป็นเอกชนก็อยู่ในฐานะหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อํานาจทางปกครอง หรือดําเนินกิจการทางปกครองคือการจัดการศึกษา

จึงถือเป็นหน่วยงานทางปกครองเช่นเดียวกันกับ สถาบันการศึกษาของรัฐ และอาจารย์หรือคณะกรรมการผู้ซึ่งปฏิบัติงานในสถาบันการศึกษาก็ถือเป็นเจ้าหน้าที่ ของรัฐ ในส่วนประกาศผลการสอบ ใบแจ้งผลการสอบ หรือมติของคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์นั้นถือเป็น คําสั่งทางปกครอง ตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

ฉะนั้น ในกรณีการฟ้องขอให้เพิกถอนประกาศผลการสอบหรือใบแจ้งผลการสอบ หรือการฟ้องขอให้ เพิกถอนมติของคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ ซึ่งเป็นการฟ้องว่า หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ออกคําสั่งทางปกครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นคดีปกครองที่อยู่ในอํานาจตรวจสอบของศาลปกครอง (ซึ่งก่อนที่จะนําคดีมาฟ้องต่อศาล ผู้ฟ้องคดีจะต้องพิจารณาเงื่อนไขการฟ้องคดีในมาตรา 42 วรรคสอง และ มาตรา 49 มาตรา 50 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองฯ รวมทั้งมาตรา 40 มาตรา 44 และมาตรา 48 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ ประกอบกันด้วย)

ประเด็นสําคัญก็คือ เมื่อฟ้องคดีต่อศาลได้แล้ว ศาลท่านจะมีอํานาจหรือมีขอบเขตในการ ตรวจสอบได้แค่ไหน เพียงใด ?

ประเด็นนี้น่าสนใจมากครับ ซึ่งศาลปกครองสูงสุดได้มีคําพิพากษาเป็นแนวทางไว้แล้ว ในคดีที่นางสาว หนูดี ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์และมหาวิทยาลัย ที่ได้ประกาศผลให้ตนไม่ผ่านเกณฑ์การสอบ วิทยานิพนธ์เป็นครั้งที่สอง โดยนางสาวหนูดีได้โต้แย้งถึงความไม่ชอบของผลการสอบดังกล่าวไว้ 3 ประการดังนี้

1. ความไม่เป็นกลางของคณะกรรมการสอบ เนื่องจากเมื่อครั้งที่นางสาวหนูดีไม่ผ่านการสอบ วิทยานิพนธ์ในครั้งแรก นางสาวหนูดีได้เคยนําคดีมาฟ้องต่อศาลปกครองแล้ว แต่ในครั้งนั้นศาลปกครองชั้นต้น ไม่รับคําฟ้องไว้พิจารณาเนื่องจากนางสาวหนูดียังไม่ได้ดําเนินการแก้ไขความเดือดร้อนเสียหายตามที่กฎหมาย กําหนดก่อนนําคดีมาฟ้องต่อศาล คือยังไม่ได้อุทธรณ์โต้แย้งผลการสอบกับทางมหาวิทยาลัยเสียก่อน

ดังนั้นในการ สอบครั้งที่สองนี้นางสาวหนูดีจึงได้ร้องขอให้มีการเปลี่ยนคณะกรรมการสอบชุดใหม่ เพราะเห็นว่าเคยเป็นคู่กรณี กันในศาลมาแล้วและเคยประเมินให้ตนไม่ผ่านในการสอบครั้งแรก อันเป็นกรณีมีเหตุซึ่งมีสภาพร้ายแรงที่อาจทํา ให้การพิจารณาผลการสอบไม่เป็นกลางได้ ทั้งนี้ตามมาตรา 16 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ) แต่ทางมหาวิทยาลัยก็มิได้มีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการสอบแต่อย่างใด และผลก็คือนางสาวหนูดีไม่ผ่าน เกณฑ์การสอบเช่นเดิม...

ข้อโต้แย้งของนางสาวหนูดีประเด็นนี้ ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาเห็นว่า ในการโต้แย้งความไม่เป็น กลางของคณะกรรมการสอบดังกล่าวยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือมีพยานหลักฐานใดที่สนับสนุนอย่างชัดเจนว่า การไม่เปลี่ยนแปลงคณะกรรมการสอบจะทําให้การพิจารณาผลสอบเสียความเป็นกลางอย่างไร ในทางกลับกัน มหาวิทยาลัยยังได้ให้โอกาสโดยอนุมัติขยายเวลาการศึกษาเป็นกรณีพิเศษเพื่อให้นางสาวหนูดีได้เข้าสอบ วิทยานิพนธ์ในครั้งที่สอง โดยได้ให้เหตุผลของการที่ไม่เปลี่ยนแปลงคณะกรรมการสอบว่า เนื่องจากมีระยะเวลา จํากัดหากเปลี่ยนกรรมการจะต้องมีการอ่านตรวจวิทยานิพนธ์ของนางสาวหนูดีใหม่ทั้งหมดซึ่งจะไม่ทันเวลา

อันเป็นเหตุผลที่รับฟังได้ กรณีจึงยังไม่ถือว่ามีสภาพร้ายแรงที่อาจทําให้การพิจารณาผลสอบวิทยานิพนธ์ของ นางสาวหนูดีเกิดความไม่เป็นกลาง

Advertisement

2. มหาวิทยาลัยเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมกับนางสาวหนูดี เนื่องจากได้ปฏิบัติต่อนางสาวหนูดี แตกต่างจากนักศึกษาคนอื่นๆ โดยใช้เวลาสอบนางสาวหนูดีนานถึง 5 ชั่วโมง !! รวมทั้งยังมีการบันทึกวีดีโอจนทํา ให้เกิดความกดดันและไม่มีสมาธินั้น

ศาลเห็นว่า ตามข้อบังคับหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการสอบวิทยานิพนธ์ ของมหาวิทยาลัยไม่ได้มีการกําหนดเวลาในการสอบไว้ ซึ่งโดยหลักการ ผู้เข้าสอบจะต้องแสดงให้คณะกรรมการ เห็นว่าตนมีความรู้ความสามารถและมีความเข้าใจในรายงานการศึกษาหรือวิทยานิพนธ์ที่ตนได้จัดทําขึ้นเป็น อย่างดี จึงจะผ่านการสอบ สําหรับการบันทึกวีดีโอนั้น มหาวิทยาลัยได้ให้เหตุผลว่าเพื่อให้เกิดความชัดเจนและ สามารถตรวจสอบได้ในภายหลัง ซึ่งเป็นเหตุผลที่รับฟังได้ รวมทั้งน่าจะเป็นคุณกับนางสาวหนูดีในกรณีที่มี ข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการสอบเกิดขึ้น

3. คุณภาพผลการศึกษาของนางสาวหนูดีอยู่ในระดับมาตรฐานเดียวกันกับนักศึกษาคนอื่นๆ ที่ผ่านการสอบ ประเด็นนี้เป็นการพิจารณาในเนื้อหาของวิทยานิพนธ์หรือการให้คะแนนสอบของอาจารย์หรือ คณะกรรมการแต่ละท่าน ที่ศาลเห็นว่าการให้คะแนนสอบดังกล่าวถือเป็นดุลพินิจในทางวิชาการซึ่งต้องอาศัย ความรู้เฉพาะด้านของผู้เชี่ยวชาญหรือของอาจารย์แต่ละท่าน อันเป็นดุลพินิจโดยแท้ที่ศาลไม่อาจเข้าไป ตรวจสอบได้ ประกอบกับไม่ปรากฏข้อเท็จจริงใดที่ชัดแจ้งว่ากรรมการสอบได้จงใจใช้ดุลพินิจดังกล่าวโดยไม่สุจริต หรือเป็นการกลั่นแกล้งนางสาวหนูดี

ฉะนั้น เมื่อการสอบวิทยานิพนธ์ในครั้งที่สองนี้ ทางมหาวิทยาลัยได้ดําเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องแล้ว ประกาศผลการสอบที่ให้นางสาวหนูดีสอบไม่ผ่าน จึงเป็นคําสั่งทางปกครอง ที่ชอบด้วยกฎหมาย (คดีหมายเลขแดงที่ อ.536/2554)

จากกรณีของนางสาวหนูดี จะเห็นได้ว่าในการตรวจสอบเกี่ยวกับผลการสอบนั้น ศาลจะตรวจสอบ ในส่วนของหลักเกณฑ์หรือข้อกฎหมายว่าได้มีการดําเนินการโดยถูกต้อง ชอบธรรมหรือไม่ แต่ศาลจะไม่เข้าไปดู ในส่วนของการให้คะแนนว่าควรให้คะแนนเท่าไร คะแนนที่ให้เหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากเป็นดุลพินิจทางวิชาการ ของอาจารย์แต่ละท่าน ซึ่งหลักการนี้สอดคล้องกับแนวคําพิพากษาคดีปกครองของประเทศฝรั่งเศสที่ว่า

การประเมินผลการศึกษาของนักศึกษาแต่ละรายนั้นเป็น “อํานาจเด็ดขาด” ของคณะกรรมการสอบ ที่ศาลปกครอง ไม่อาจก้าวล่วงเข้าไปตรวจสอบได้ แต่ศาลใช้หลัก “การตรวจสอบขั้นต่ํา” คือ การเข้าไปตรวจสอบในเรื่องของ เงื่อนไขการใช้อํานาจว่าได้ดําเนินการโดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เช่น คณะกรรมการมีความเป็นกลางและ จัดตั้งขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ การวัดผลได้ดําเนินไปตามหลักเกณฑ์หรือระเบียบของมหาวิทยาลัยหรือไม่

ดังเช่น ในกรณีที่อาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งได้เคยฝ่าฝืนกฏเกี่ยวกับการปกปิดชื่อนักศึกษาในกระดาษคําตอบใน การสอบสมัยหนึ่งมาแล้ว ยังคงเป็นกรรมการสอบวัดผลในการสอบซ่อมในสมัยเดียวกันอีก ซึ่งถือว่าขัดกับหลัก ความเป็นกลาง หรือกรณีอาจารย์ซึ่งได้ประเมินให้นักศึกษาคนหนึ่งสอบตก โดยปรากฏหลักฐานจากรายงานการ ประชุมว่า กรรมการผู้นั้นและนักศึกษาคนดังกล่าวได้เคยขัดแย้งโต้เถียงกันในที่ประชุม และอธิการบดีได้ขอให้ อาจารย์ท่านดังกล่าวทบทวนผลการสอบแต่ได้รับการปฏิเสธ จึงเป็นข้อสันนิษฐานที่เพียงพอว่า กรรมการผู้นั้นมี อคติกับนักศึกษาคนดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลให้การพิจารณาผลการสอบนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายได้

ถึงตรงนี้คงชัดเจนแล้วนะครับ.... เกี่ยวกับขอบเขตหรืออํานาจในการตรวจสอบผลการสอบของศาล และ ผมขอเพิ่มเติมในส่วนของผู้เดือดร้อนเสียหายที่มีสิทธิฟ้องคดีซึ่งเป็นสิทธิของผู้สอบเป็นการเฉพาะตัว ดังนั้น พ่อแม่พี่น้องจึงไม่อาจฟ้องแทนกันได้นะครับ สําหรับกรณีผู้เยาว์ที่มีอายุไม่ต่ํากว่า 15 ปี ศาลปกครองก็อาจ พิจารณาอนุญาตให้ยื่นฟ้องคดีด้วยตนเองได้ แต่ถ้าต่ํากว่า 15 ปี จึงจะให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองฟ้องแทนได้

นอกจากนี้ ข้อพิพาทเกี่ยวกับการประกาศผลการสอบยังสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายในกรณีละเมิดได้ อีกด้วย เช่นการที่มหาวิทยาลัยประกาศผลสอบล่าช้า ทําให้นักศึกษาต้องลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาถัดไป ทั้งที่หากมีการประกาศผลสอบตามเวลาปกติ ก็จะทราบว่าผลการเรียนอยู่ในภาวะรอพินิจซึ่งต้องพ้นจากสภาพ การเป็นนักศึกษาไปแล้ว

ดังนั้นมหาวิทยาลัยจึงต้องชดใช้เงินที่นักศึกษาได้ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาถัดไป คืนหรือกรณีที่นักศึกษาได้รับประกาศนียบัตรล่าช้า ทําให้ขาดโอกาสที่จะเข้าทํางานในช่วงเวลาดังกล่าว จึงนําคดี มาฟ้องศาลเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย เป็นต้น

ตัวอย่างคดีที่ผมนํามาฝากกันนี้ จึงน่าจะเป็นประโยชน์กับนักเรียนนักศึกษาในการปกป้องรักษาสิทธิ ของตัวเองนะครับ

สําหรับครองธรรมถือคติที่ว่า “ไม่มีใครแก่เกินเรียน” ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ด้วยตนเองหรือการไปเรียนกับ สถาบันการศึกษาต่างๆ ก็ตาม... เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ เราได้นําความรู้ที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง องค์กร สังคมและประเทศชาติอย่างเพียงพอแล้วหรือไม่ ?

และแล้ว..ทันทีที่ผมก้มมองดูนาฬิกา ก็ต้องถึงกับสะดุ้งโหย่ง ! เพราะใกล้ถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว ต้องรีบ ไปก่อนนะครับ เดี๋ยวเวลาเรียนไม่ครบ... จะหมดสิทธิ์สอบเสียก่อน ทั้งที่ยังไม่ได้ลงสนาม...

ครองธรรม ธรรมรัฐ

ที่มาของข้อมูล : ศาลปกครอง

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

เชิญชวนคุณครูอบรมออนไลน์หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงพัฒนาได้ค่ะ

เชิญชวนคุณครูอบรมออนไลน์หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงพัฒนาได้ค่ะ (29504)

จะเริ่มต้นอย่างไร ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยคุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ

จะเริ่มต้นอย่างไร ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยคุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ (6581)

ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562(8515)

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตรแทนพระองค์ ม.ราชภัฏ 17-20 มิ.ย.นี้

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตรแทนพระองค์ ม.ราชภัฏ 17-20 มิ.ย.นี้(4273)

โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เนื้อร้ายของการศึกษา แต่การละเลยคุณภาพการศึกษาของเด็ก คือเนื้อร้ายทางความคิด

โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เนื้อร้ายของการศึกษา แต่การละเลยคุณภาพการศึกษาของเด็ก คือเนื้อร้ายทางความคิด (3390)

"สุเทพ" ไม่ฟันธงยกเลิกคูปองครูขอฟังเสียงเขตพื้นที่ฯ ย้ำชัด 2 เดือนเด็กอ่านออกเขียนได้สำเร็จ (6269)

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอรับและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพสำหรับผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีฃึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๒

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอรับและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพสำหรับผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีฃึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๒ (5730)

1 ก.ค. 62 กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญตามกฎกระทรวงฉบับใหม่แล้ว

1 ก.ค. 62 กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญตามกฎกระทรวงฉบับใหม่แล้ว(12517)

ปลัดศธ.ไม่แถลง สรรหา “คุรุสภา สกสค. องค์การค้าฯ” คาดมีการฟ้องร้องกันแน่

ปลัดศธ.ไม่แถลง สรรหา “คุรุสภา สกสค. องค์การค้าฯ” คาดมีการฟ้องร้องกันแน่ (1560)

สพฐ.ยัน!! ไม่มีนโยบายควบรวม-ยุบร.ร.เล็ก ต้องดูบริบทของพื้นที่

สพฐ.ยัน!! ไม่มีนโยบายควบรวม-ยุบร.ร.เล็ก ต้องดูบริบทของพื้นที่(1722)


Tags
สอบไม่ผ่าน!
ฟ้องตรวจสอบครูผู้สอน
ได้หรือไม่?