จะยกคุณภาพ..การศึกษา ต้องพัฒนา “ครู”
จะยกคุณภาพ..การศึกษา ต้องพัฒนา “ครู”

Advertisement

Advertisement

จะยกคุณภาพ..การศึกษา ต้องพัฒนา “ครู”

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2018-04-15 เปิดอ่านแล้ว : 2289 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

จะยกคุณภาพ..การศึกษา ต้องพัฒนา “ครู”

จะยกคุณภาพ..การศึกษา ต้องพัฒนา “ครู”

ผู้เขียน ดร.กมล รอดคล้าย

ในกระบวนการจัดการศึกษา เด็ก และ ครู ถือว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความสำคัญมากที่สุด เพราะเด็กเป็นผลผลิตของระบบการศึกษา ในขณะที่ครู คือบุคลากรซึ่งประกอบอาชีพหลักทางด้านการเรียนการสอน และการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน เป็นบุคลากรที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการจัดการศึกษา เพราะเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดผู้เรียนมากที่สุด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 54 ได้กำหนดจุดมุ่งหมายของการศึกษาไว้ว่า “การศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดีมีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตน มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ” คนที่จะทำให้จุดมุ่งหมายดังกล่าวประสบผลสำเร็จ ก็น่าจะได้แก่ครู

อย่างไรก็ตาม วิกฤตของระบบการผลิตและพัฒนาครู ยังเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยในปัจจุบัน ทั้งในเชิงคุณภาพ และปริมาณ งบประมาณด้านการศึกษาของไทยซึ่งสูงกว่า 5 แสนล้านบาทต่อปี คิดเป็นร้อยละ 4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) กว่าร้อยละ 75 ก็เป็นเงินเดือนสำหรับครู ขณะที่มีงบพัฒนาอยู่ไม่มากนัก เรามีปัญหาคุณภาพครูที่ต่ำลงอันเกิดจากปัญหาหลายประการ ทั้งในด้านการผลิต และพัฒนาครู เช่น ระบบการผลิตครูขาดความต่อเนื่อง ไม่สอดคล้องกับความจำเป็นในการใช้ครูที่แท้จริง ไม่มีเอกภาพเชิงนโยบาย และมาตรฐานของสถาบันผลิตครูที่ลดต่ำลง รัฐลงทุนด้านการผลิตครูต่ำ ขาดแคลนคณาจารย์ของสถาบันผลิตครู ขาดหน่วยงานรับผิดชอบในการดูแล กำกับ ติดตาม วางระบบการพัฒนาครูในภาพรวม ขาดฐานข้อมูลการพัฒนาครู ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนในการพัฒนาครู

การพัฒนาครูส่วนใหญ่เป็นการกำหนดกิจกรรมจากส่วนกลาง ซึ่งไม่มีการหาความจำเป็นที่ตรงกับความต้องการที่แท้จริงของห้องเรียน รวมทั้ง เป็นการฝึกอบรมในห้องประชุมในโรงแรม ซึ่งเป็นการดึงครูออกจากห้องเรียน ระบบการบริหารงานบุคคลไม่สามารถสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของครู ไม่สามารถใช้ครูปฏิบัติการสอนได้ตรงตามศักยภาพ ระบบการส่งเสริมความก้าวหน้าในวิชาชีพ ค่าตอบแทน ยังไม่สะท้อนผลลัพธ์ด้านคุณภาพของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง

ในเชิงปริมาณ ปัจจุบันประเทศไทยมีครูประมาณ 736,000 คน เป็นครูภาครัฐ 578,000 คน ภาคเอกชน 158,000 คน มีสถาบันพัฒนาครู 113 สถาบัน เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ 20 แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 7 แห่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏ 40 แห่ง มหาวิทยาลัยเอกชน 42 แห่ง มหาวิทยาลัยสงฆ์ 2 แห่ง สถาบันการพลศึกษา 1 แห่ง และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 1 แห่ง โดยมีคณะ/ วิทยาเขต/ วิทยาลัย กระจายอยู่ทุกภาคทั่วประเทศ ปริมาณการผลิตรวมประมาณปีละ 63,000 คน ขณะที่ความต้องการครูทุกสังกัดเพื่อชดเชยครูเกษียณ เฉลี่ยประมาณปีละ 28,000 คน

สาขาของผู้สำเร็จการศึกษาช่วงปี 2561 – 2562 จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 10 อันดับแรก จากมากไปหาน้อย คือ ปฐมวัย พลศึกษา ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ศึกษา ประถมศึกษา และศิลปศึกษา ซึ่งควรจะต้องผลิตให้ตรงกับความต้องการที่แท้จริง โดยพบว่ามีความสอดคล้องพอสมควร คือ สาขาที่ต้องการ 5 อันดับแรก ได้แก่ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย สังคมศึกษา และวิทยาศาสตร์ศึกษา

จากปัญหาทั้งในเชิงคุณภาพ และปริมาณดังกล่าว สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้มีการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579) และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนาครู พ.ศ.2558 – 2572 ขึ้น โดยมุ่งเน้นเสนอแนวทางการผลิตและพัฒนาครูเชิงระบบขึ้น โดยกำหนดไว้เป็น 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่

1.การปฏิรูประบบและรูปแบบการผลิตครู ได้แก่ การจัดทำแผนการผลิตครูให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ครูของประเทศ สร้างความเข้มแข็งในสถาบันผลิตครู วางระบบจัดสรรทุนสำหรับนักศึกษาครู เช่น ครูครุทายาท ครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น การผลิตครูในระบบปิด คือ มีระบบทุนการศึกษาเพื่อเข้าเรียน มีการกำหนดสถานที่ทำงานไว้ให้ เมื่อเรียนจบสามารถบรรจุได้ทันที และมีการพัฒนาแบบเข้ม ปรับรูปแบบการผลิตการเตรียมครูให้ได้ครูดีมีคุณภาพ สามารถปฏิบัติงานในสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisement

2.การปฏิรูประบบ และรูปแบบการพัฒนาครู ได้แก่ การพัฒนาครูประจำการให้มีความเป็นเลิศด้านการเรียนการสอน การสร้างกิจกรรมพัฒนาครูแบบใหม่ๆ และการสร้างเครือข่ายพัฒนาครู

3.การปฏิรูประบบการใช้ครู และระบบบริหารงานบุคคลของครู ได้แก่ วางระบบการบรรจุแต่งตั้งที่ชัดเจนต่อเนื่อง มีการฝึกปฏิบัติงานในทุกระดับ ทั้งครูผู้ช่วย ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทุกตำแหน่ง รวมทั้ง จัดระบบโครงสร้างการบริหารงานบุคคลของครูทั้งระบบ เช่น การบรรจุ แต่งตั้ง การทดลองงาน ระบบเงินเดือนค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ ภาระงานสอนต่อสัปดาห์ให้สะท้อนผลสัมฤทธิ์ของการทำงาน ส่งเสริมขวัญกำลังใจ และธำรงไว้ซึ่งระบบคุณธรรม

 

4.การปฏิรูปการวิจัยของสถาบันผลิตและพัฒนาครู ได้แก่ ศึกษาวิจัยหานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตครู การพัฒนาครู และการสร้างสิ่งแวดล้อมทางวิชาการที่นำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมจัดการเรียนรู้

5.การสร้างกลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การผลิต และพัฒนาครู ได้แก่ การมีกลไก หรือหน่วยงานระดับนโยบายรับผิดชอบการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ มีศูนย์พัฒนาความเชี่ยวชาญด้านผู้นำการศึกษา และการทบทวนกฎหมาย หรือระเบียบปฏิบัติให้เอื้อต่อการผลิต และพัฒนาครู

ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับครู ดูจะเป็นปัญหาที่หนักหน่วง และสังคมให้ความสนใจ เมื่อมีข่าวทั้งทางบวกและลบเกิดขึ้นจากครูสังคมจะจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีข่าวทางลบสังคมยิ่งจะติดตาม และวิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากครูจะใกล้ชิดกับเด็กซึ่งเป็นบุคลากรในครอบครัวของทุกคน ขณะที่การแก้ปัญหาปัจจุบันอาจจะเป็นไปแบบแยกส่วน ทำได้ดีในบางเรื่อง แต่อาจจจะมีผลกระทบ หรือยังไม่ได้ดำเนินการในบางเรื่อง อาจถึงเวลาที่ต้องทบทวน และดำเนินการอย่างจริงจังเสียที ซึ่งผู้เขียนขอเสนอเพียงบางประเด็น คือ

1.ขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การผลิต และพัฒนาครูอย่างจริงจัง มีเป้าหมายชัดเจน ทิศทาง และวิธีดำเนินการถูกต้องเหมาะสมครบถ้วน
2.ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบไม่ปรับเปลี่ยนบ่อย จนไม่อาจประเมินความสำเร็จ หรือพบจุดอ่อนของปัญหา อันทำให้ไม่สามารถค้นหาวิธีผลิต และพัฒนาที่เหมาะสมได้
3.ควรให้การสนับสนุนงบประมาณเต็มรูปแบบ และเพียงพอ เนื่องจาก พบว่ารัฐยังลงทุนเพื่อการผลิตครูต่ำ งบประมาณเพื่อการพัฒนายังน้อย และไม่สอดคล้องกับความต้องการของตำแหน่งต่างๆ
4.สร้างพลังร่วมจากความร่วมมือของครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เข้ามามีส่วนในการผลิต พัฒนาครู หรือสร้างชุมชนทางวิชาการ (PLC : Professional Learning Community) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือจากครูทั้งประเทศให้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้ใหม่ โดยเฉพาะด้านการจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติ

ความคาดหวังของสังคม คือต้องมีครูดีเพื่อสร้างเด็กดี วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง เราต้องการครูมืออาชีพ มิใช่แค่ผู้ประกอบอาชีพเป็นครู เป็นครูที่สร้างเด็กที่มีคุณภาพ ออกไปรับใช้สังคม และประเทศชาติ การยกระดับคุณภาพการศึกษาต้องเริ่มที่การพัฒนาครู การวางแผน และกำหนดทิศทางการผลิต และ พัฒนาครู ได้ถูกศึกษา และกำหนดไว้แล้ว เหลือเพียงแต่นำมาดำเนินการ

นี่จึงเป็นเรื่องของการจัดลำดับความสำคัญ หรือ Priority แรกๆ ที่ฝ่ายบริหารต้องนำมาปฏิบัติ และขับเคลื่อนอย่างจริงจัง

ขอบคุณที่มาของข้อมูล : มติชนออนไลน์ วันที่ 14 เมษายน 2561

 

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

เชิญชวนคุณครูอบรมออนไลน์หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงพัฒนาได้ค่ะ

เชิญชวนคุณครูอบรมออนไลน์หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงพัฒนาได้ค่ะ (29504)

จะเริ่มต้นอย่างไร ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยคุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ

จะเริ่มต้นอย่างไร ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยคุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ (6581)

ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562(8515)

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตรแทนพระองค์ ม.ราชภัฏ 17-20 มิ.ย.นี้

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตรแทนพระองค์ ม.ราชภัฏ 17-20 มิ.ย.นี้(4273)

โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เนื้อร้ายของการศึกษา แต่การละเลยคุณภาพการศึกษาของเด็ก คือเนื้อร้ายทางความคิด

โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เนื้อร้ายของการศึกษา แต่การละเลยคุณภาพการศึกษาของเด็ก คือเนื้อร้ายทางความคิด (3390)

"สุเทพ" ไม่ฟันธงยกเลิกคูปองครูขอฟังเสียงเขตพื้นที่ฯ ย้ำชัด 2 เดือนเด็กอ่านออกเขียนได้สำเร็จ (6269)

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอรับและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพสำหรับผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีฃึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๒

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอรับและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพสำหรับผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีฃึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๒ (5730)

1 ก.ค. 62 กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญตามกฎกระทรวงฉบับใหม่แล้ว

1 ก.ค. 62 กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญตามกฎกระทรวงฉบับใหม่แล้ว(12517)

ปลัดศธ.ไม่แถลง สรรหา “คุรุสภา สกสค. องค์การค้าฯ” คาดมีการฟ้องร้องกันแน่

ปลัดศธ.ไม่แถลง สรรหา “คุรุสภา สกสค. องค์การค้าฯ” คาดมีการฟ้องร้องกันแน่ (1560)

สพฐ.ยัน!! ไม่มีนโยบายควบรวม-ยุบร.ร.เล็ก ต้องดูบริบทของพื้นที่

สพฐ.ยัน!! ไม่มีนโยบายควบรวม-ยุบร.ร.เล็ก ต้องดูบริบทของพื้นที่(1722)


Tags
จะยกคุณภาพ..การศึกษา
ต้องพัฒนา
“ครู”