อ่านเต็มๆที่นี่! โรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) เตรียมพลิกโฉม 70 โรงเรียนในท้องถิ่น พร้อมปลดล็อคกฎระเบียบการจ้างครู
อ่านเต็มๆที่นี่! โรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) เตรียมพลิกโฉม 70 โรงเรียนในท้องถิ่น พร้อมปลดล็อคกฎระเบียบการจ้างครู

Advertisement

Advertisement

อ่านเต็มๆที่นี่! โรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) เตรียมพลิกโฉม 70 โรงเรียนในท้องถิ่น พร้อมปลดล็อคกฎระเบียบการจ้างครู

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2018-04-17 เปิดอ่านแล้ว : 3999 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

อ่านเต็มๆที่นี่! โรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) เตรียมพลิกโฉม 70 โรงเรียนในท้องถิ่น พร้อมปลดล็อคกฎระเบียบการจ้างครู

โรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School)

อ่านเต็มๆที่นี่! โรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) เตรียมพลิกโฉม 70 โรงเรียนในท้องถิ่น พร้อมปลดล็อคกฎระเบียบการจ้างครู

กระทรวงศึกษาธิการ เปลี่ยนชื่อ Public School เป็น "โรงเรียนร่วมพัฒนา หรือ Partnership School"  เตรียมพลิกโฉม 70 โรงเรียนในท้องถิ่น พร้อมปลดล็อคกฎระเบียบการจ้างครู และการเลื่อนวิทยฐานะที่สามารถนำแนวคิดพัฒนางานใหม่ ๆ มานับเป็นภาระงานได้ ส่วน ผอ.โรงเรียนต้องอยู่ 4 ปี ผลงานดีมีค่าตอบแทนเพิ่มให้ หวังยกระดับคุณภาพมาตรฐานโรงเรียนให้เข้มแข็งทุกด้าน ภายใต้การบริหารงานของภาคเอกชนและภาคประชาสังคมในท้องถิ่น พร้อมผูกกับแผนการศึกษาแห่งชาติเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน

ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในรูปแบบ Public School ครั้งที่ 3/2561 เมื่อวันพุธที่ 11 เมษายน 2561 ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่าที่ประชุมได้เห็นพ้องร่วมกันที่จะเปลี่ยนชื่อโครงการจาก Public School เป็นโครงการ "โรงเรียนร่วมพัฒนา หรือ Partnership School" มีสถานะเป็นโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งยังคงได้รับการสนับสนุนงบประมาณ การช่วยดูแลแก้ไขปัญหากฎระเบียบต่าง ๆ รวมทั้งการส่งเสริมในเรื่องคุณภาพมาตรฐาน แต่การบริหารงานจะอยู่ภายใต้การดูแลของผู้มีส่วนร่วมในระดับท้องถิ่นเป็นหลัก ซึ่งประกอบด้วยภาคเอกชน ผู้นำระดับท้องถิ่น ชุมชน ผู้ปกครอง และมหาวิทยาลัยในพื้นที่นั้น ๆ

อ่านเต็มๆที่นี่! โรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) เตรียมพลิกโฉม 70 โรงเรียนในท้องถิ่น พร้อมปลดล็อคกฎระเบียบการจ้างครู

"โรงเรียนร่วมพัฒนา" จะมีความแตกต่างจาก "โรงเรียนประชารัฐ" กว่า 3,000 แห่ง เพราะภาคเอกชนไม่แต่เพียงสนับสนุนการจัดการศึกษาเท่านั้น แต่จะร่วมกับภาคประชาสังคมในท้องถิ่นร่วมบริหารจัดการด้วย อีกทั้งจะมีการออกแบบและยกระดับพัฒนาโรงเรียนอย่างเข้มข้น ทั้งในเรื่องของหลักสูตร การพัฒนาครู การสนับสนุนอุปกรณ์ เป็นต้น โดยเฉพาะในเรื่องของหลักสูตร ถือว่าหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานยังมีความยืดหยุ่นถึง 30% ทำให้โรงเรียนสามารถออกแบบหลักสูตรได้ตามความต้องการอย่างเต็มที่ อาทิ เน้นการทำฟาร์มเกษตร, การฝึกปฏิบัติพยาบาลที่สถานพยาบาลชุมชน เป็นต้น

 

ในส่วนของการบริหารงานบุคคล จากการหารือร่วมกับผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) พบว่าขณะนี้มีกฎระเบียบรองรับอยู่แล้ว ทำให้สามารถปลดล็อคได้ในหลาย ๆ เรื่อง อาทิ การกำหนดการจ้างครูใหม่, การกำหนดคุณสมบัติผู้อำนวยการโรงเรียน ที่ต้องอยู่ในตำแหน่งเป็นเวลา 4 ปีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับเงินเดือนในอัตราเดิม แต่หากมีผลงานตามเป้าหมายทั้งในเรื่องคุณภาพของผู้เรียน การสร้างระบบที่ดี สามารถเป็นต้นแบบให้กับโรงเรียนอื่น ๆ ได้ ก็จะมีค่าตอบแทน Top up ให้เป็นพิเศษ แต่ย้ำว่ายังคงเน้นเรื่องการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนและนักเรียนเป็นหลัก ไม่ได้นำเรื่องเงินมาเป็นตัวตั้งแต่อย่างใด

อ่านเต็มๆที่นี่! โรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) เตรียมพลิกโฉม 70 โรงเรียนในท้องถิ่น พร้อมปลดล็อคกฎระเบียบการจ้างครู

สำหรับการประเมินผลการจัดการเรียนการสอน ก็จะมีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับหลักสูตร การเรียนการสอน และภาระงานที่เข้มข้นขึ้นเช่นกัน โดยการจัดกิจกรรมของครู ทั้งกิจกรรมนอกห้องเรียน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระดมความคิด หรือการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน สามารถนับเป็นภาระงานได้ทั้งสิ้น รวมทั้งการเลื่อนวิทยฐานะ แม้จะใช้รูปแบบการประเมินตามระเบียบเดิม แต่ก็สามารถนำแนวคิดในการพัฒนางานใหม่ ๆ มานับเป็นภาระงานได้ ส่วนการนำเงินสนับสนุนของภาคเอกชนมาใช้พัฒนาโรงเรียน ที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการงบประมาณ ขณะนี้เตรียมที่จะหารือร่วมกับกรมบัญชีกลางเกี่ยวกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ พ.ศ.2560 เพื่อให้เกิดความคล่องตัวต่อไป

Advertisement

ที่ประชุมยังได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน เพื่อเป็นแนวทางการทำงานของคณะกรรมการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) พร้อมทั้งให้จัดตั้งหน่วยงานประสานงานกลาง โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นประธาน และมีเจ้าหน้าที่ทำงานประจำเต็มเวลา เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางดูแลโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) โดยไม่ต้องผ่านศึกษาธิการจังหวัดหรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่จะทำให้การทำงานและการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ รวดเร็วยิ่งขึ้น

นพ.อุดม กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีภาคเอกชนและบริษัทต่าง ๆ กว่า 10 แห่ง ได้เสนอรายชื่อโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 70 แห่ง อาทิ บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด เสนอชื่อโรงเรียนบ้านหนองไผ่ดุสิตประชา จ.ขอนแก่น, โรงเรียนบ้านภูดิน (มิตรผลอุปถัมภ์) จ.ชัยภูมิ, วิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น วิทยาเขตหนองเรือ จ.ขอนแก่น และโรงเรียนสมสะอาดพิทยาสรรพ์ จ.กาฬสินธุ์, โรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลอีสานและบริษัทรามาฟู้ด จำกัด เสนอชื่อโรงเรียนวัดปลักไม้ลาย จ.นครปฐม เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอีกหลายบริษัทที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานติดต่อกับโรงเรียนที่จะให้การสนับสนุน

อ่านเต็มๆที่นี่! โรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) เตรียมพลิกโฉม 70 โรงเรียนในท้องถิ่น พร้อมปลดล็อคกฎระเบียบการจ้างครู

ส่วนข้อกังวลใจของภาคเอกชน เกี่ยวกับความไม่ต่อเนื่องของโครงการเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลนั้น ได้ยืนยันไปแล้วว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีและตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ กระทรวงศึกษาธิการจึงจะระบุโครงการไว้ในยุทธศาสตร์และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579 ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี และเป็นเป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษา

ดังนั้น การจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีน้อยลงหรือทำให้แย่ลงคงเป็นเรื่องยาก และจะต้องถูกจับตามองจากประชาชน สังคม ตลอดจนสื่อมวลชนด้วย

บรรยากาศการประชุม
และส่วนหนึ่งของผู้เข้าร่วมประชุม

 

Written by นวรัตน์ รามสูต
Photo Credit อิทธิพล รุ่งก่อน
Rewriter นวรัตน์ รามสูต
Editor บัลลังก์ โรหิตเสถียร
ขอบคุณภาพประกอบ lausd.net

ขอบคุณที่มา : กระทรวงศึกษาธิการ

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

เชิญชวนคุณครูอบรมออนไลน์หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงพัฒนาได้ค่ะ

เชิญชวนคุณครูอบรมออนไลน์หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงพัฒนาได้ค่ะ (29504)

จะเริ่มต้นอย่างไร ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยคุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ

จะเริ่มต้นอย่างไร ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยคุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ (6581)

ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562(8515)

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตรแทนพระองค์ ม.ราชภัฏ 17-20 มิ.ย.นี้

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตรแทนพระองค์ ม.ราชภัฏ 17-20 มิ.ย.นี้(4273)

โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เนื้อร้ายของการศึกษา แต่การละเลยคุณภาพการศึกษาของเด็ก คือเนื้อร้ายทางความคิด

โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เนื้อร้ายของการศึกษา แต่การละเลยคุณภาพการศึกษาของเด็ก คือเนื้อร้ายทางความคิด (3390)

"สุเทพ" ไม่ฟันธงยกเลิกคูปองครูขอฟังเสียงเขตพื้นที่ฯ ย้ำชัด 2 เดือนเด็กอ่านออกเขียนได้สำเร็จ (6269)

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอรับและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพสำหรับผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีฃึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๒

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอรับและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพสำหรับผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีฃึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๒ (5730)

1 ก.ค. 62 กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญตามกฎกระทรวงฉบับใหม่แล้ว

1 ก.ค. 62 กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญตามกฎกระทรวงฉบับใหม่แล้ว(12517)

ปลัดศธ.ไม่แถลง สรรหา “คุรุสภา สกสค. องค์การค้าฯ” คาดมีการฟ้องร้องกันแน่

ปลัดศธ.ไม่แถลง สรรหา “คุรุสภา สกสค. องค์การค้าฯ” คาดมีการฟ้องร้องกันแน่ (1560)

สพฐ.ยัน!! ไม่มีนโยบายควบรวม-ยุบร.ร.เล็ก ต้องดูบริบทของพื้นที่

สพฐ.ยัน!! ไม่มีนโยบายควบรวม-ยุบร.ร.เล็ก ต้องดูบริบทของพื้นที่(1722)


Tags
อ่านเต็มๆที่นี่!
โรงเรียนร่วมพัฒนา
(Partnership
School)
เตรียมพลิกโฉม
70
โรงเรียนในท้องถิ่น
พร้อมปลดล็อคกฎระเบียบการจ้างครู