ด่วน!! ‘สพฐ.’ สั่งรร. ‘ยืดหยุ่น’ รับม.1 ไม่จำกัด เฉพาะนักเรียนในเขตพื้นที่บริการเพื่อเข้าเรียน
ด่วน!! ‘สพฐ.’ สั่งรร. ‘ยืดหยุ่น’ รับม.1 ไม่จำกัด เฉพาะนักเรียนในเขตพื้นที่บริการเพื่อเข้าเรียน

Advertisement

Advertisement

ด่วน!! ‘สพฐ.’ สั่งรร. ‘ยืดหยุ่น’ รับม.1 ไม่จำกัด เฉพาะนักเรียนในเขตพื้นที่บริการเพื่อเข้าเรียน

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2018-05-10 เปิดอ่านแล้ว : 5525 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

ด่วน!! ‘สพฐ.’ สั่งรร. ‘ยืดหยุ่น’ รับม.1 ไม่จำกัด เฉพาะนักเรียนในเขตพื้นที่บริการเพื่อเข้าเรียน

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ผู้ปกครองนักเรียน เข้าร้องเรียนต่อนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่าได้รับความเดือดร้อนจากการกำหนดให้โรงเรียนรับนักเรียนขั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2561 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 40 คนต่อห้อง ทำให้มีเด็กในพื้นที่บริการบางส่วน ไม่มีโอกาสในการเข้าเรียนต่อนั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ตนเสนอให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พิจารณา แนวทาง แก้ไขปัญหา การรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการที่ยังไม่มีที่เรียน และนักเรียนที่มีที่เรียนแล้ว แต่ต้องเดินทางไปเรียนนอกเขตพื้นที่ซึ่งไกล เดินทางลำบาก ซึ่งกพฐ. เห็นชอบ ให้คณะกรรมการสถานศึกษา และคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) พิจารณายืดหยุ่นจำนวนนักเรียนต่อห้อง และจำนวนห้องเรียน ได้ตามความเหมาะสม และตามสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่ โดยคำนึงถึงคุณภาพของนักเรียน และดูว่าประชาชนเดือนร้อนในเรื่องใด ที่เกี่ยวข้องกับการรับนักเรียนครั้งนี้ ทั้งนี้สพฐ. จะมีหนังสือแจ้งแนวทางดังกล่าว ไปยังกศจ. ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)ทั่วประเทศ เพื่อแจ้งไปยังโรงเรียนในพื้นที่ให้ ได้รับทราบแนวทางดังกล่าว ภายในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้

“การยืดหยุ่นครั้งนี้ถือเป็นการดูแลสิทธิการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย โดยให้โรงเรียนพิจารณารับเด็กในเขตพื้นที่บริการของตนเองที่ยังไม่มีที่เรียน หรือเด็กในพื้นที่บริการที่มีที่เรียนแล้ว แต่ต้องเดินทางไปด้วยความยากลำบากเข้าเรียน ทั้งนี้ผู้ปกครองนักเรียนที่ได้รับผลกระทบ ขอให้มาแจ้งความประสงค์ได้ที่โรงเรียนในพื้นที่ จากนั้นโรงเรียนจะพิจารณาเสนอ กศจ.เห็นชอบตามขั้นตอน เชื่อว่า เด็กจะไม่แห่ไปเข้าโรงเรียนดังในพื้นที่แน่นอน เพราะบางเขตอาจจะมีโรงเรียน 3 แห่ง หากเด็กในพื้นที่บริการประสงค์จะย้ายมาเฉพาะโรงเรียนดัง โรงเรียนก็ต้องพิจารณาตามความเหมาะสม เรื่องนี้มอบหมายให้คณะกรรมการสถานศึกษา และกศจ.พิจารณาเป็นรายๆ ไป การยืดหยุ่นครั้งนี้ไม่ได้เป็นการเปิดช่องให้ใคร เพราะถ้าสพฐ. ดึงดัน ไม่ยืดหยุ่น เด็กก็ไม่มีที่เรียน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ไม่มีประโยชน์”นายบุญรักษ์กล่าว และว่า เท่าที่ทราบมีคนให้ข้อมูลว่า มีเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้จำนวนหนึ่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด บางคนต้องเดินทางไปเรียนต่างอำเภอ คิดว่าจะทราบจำนวนที่แน่นอนประมาณ วันที่ 10 มิถุนายน หลังจากผู้ปกครองได้แจ้งความประสงค์มายังโรงเรียน และโรงเรียนได้พิจารณารับเด็กตามความเหมาะสมแล้ว

ด้านเดลินิวส์ออนไลน์ได้นำเสนอประเด็นนี้ว่า "สพฐ.ปลดล็อคโรงเรียนดังรับม.1ได้เกิน40คน"
สพฐ.เปิดช่องโรงเรียนรับเด็กในพื้นที่บริการได้ไม่จำกัด ปลดล็อค รับ ม.1เกิน 40 คนต่อห้อง เผยเด็กไม่มีที่เรียนมีสิทธิได้เรียนโรงเรียนดัง
พฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม 2561 เวลา 15.00 น.

วันนี้ (10 พ.ค.) ดร.บุญรักษ์  ยอดเพชร  เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า  จากกรณีที่ผู้ปกครองนักเรียน เข้าร้องเรียนต่อ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) ว่าได้รับความเดือดร้อนจากการกำหนดให้โรงเรียนรับนักเรียนขั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2561 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  40 คนต่อห้อง ทำให้มีเด็กในพื้นที่บริการของโรงเรียนบางส่วน ไม่มีโอกาสในการเข้าเรียนต่อนั้น เมื่อเร็วๆนี้ ตนเสนอให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พิจารณา แนวทาง แก้ไขปัญหา การรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการที่ยังไม่มีที่เรียน และนักเรียนที่มีที่เรียนแล้ว แต่ต้องเดินทางไปเรียนนอกเขตพื้นที่ซึ่งไกลเดินทางลำบาก  ซึ่ง กพฐ. เห็นชอบให้คณะกรรมการสถานศึกษา และคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) พิจารณายืดหยุ่นจำนวนนักเรียนต่อห้อง และจำนวนห้องเรียน ได้ตามความเหมาะสม และตามสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่ โดยคำนึงถึงคุณภาพของนักเรียน และดูว่าประชาชนเดือนร้อนในเรื่องใด ที่เกี่ยวข้องกับการรับนักเรียนครั้งนี้  ทั้งนี้ สพฐ. จะมีหนังสือแจ้งแนวทางดังกล่าว ไปยัง กศจ. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)ทั่วประเทศ เพื่อแจ้งไปยังโรงเรียนในพื้นที่ให้ ได้รับทราบแนวทางดังกล่าว ภายในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้

Advertisement

“การยืดหยุ่นครั้งนี้ถือเป็นการดูแลสิทธิการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย โดยให้โรงเรียนพิจารณารับเด็กในเขตพื้นที่บริการของตนเองที่ยังไม่มีที่เรียน  หรือ เด็กในพื้นที่บริการที่มีที่เรียนแล้ว แต่ต้องเดินทางไปด้วยความยากลำบากเข้าเรียน  ทั้งนี้ ผู้ปกครองนักเรียนที่ได้รับผลกระทบ ขอให้มาแจ้งความประสงค์ได้ที่โรงเรียนในพื้นที่  จากนั้นโรงเรียนจะพิจารณา เสนอ กศจ.เห็นชอบตามขั้นตอน  เชื่อว่าเด็กจะไม่แห่ไปเข้าโรงเรียนดังในพื้นที่แน่นอน เพราะบางเขตพื้นที่อาจจะมีโรงเรียน 3 แห่ง หากเด็กในพื้นที่บริการประสงค์จะย้ายมาเฉพาะโรงเรียนดัง  โรงเรียนก็ต้องพิจารณาตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการสถานศึกษา และ กศจ.จะพิจารณาเป็นรายๆ ไป   การยืดหยุ่นครั้งนี้ไม่ได้เป็นการเปิดช่องให้ใคร เพราะถ้า สพฐ. ดึงดัน ไม่ยืดหยุ่น  เด็กก็ไม่มีที่เรียน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน  ก็ไม่มีประโยชน์” ดร.บุญรักษ์ กล่าว

ต่อข้อถามว่า กำหนดจำนวนรับนักเรียนต่อห้องไว้หรือไม่ว่าไม่ควรเกินเท่าไร ดร.บุญรักษ์ กล่าวว่า ไม่ได้กำหนด แต่ให้อยู่ในดุลยพินิจของโรงเรียน โดยให้คำนึงถึงคุณภาพ ซึ่งสพฐ. ไม่สามารถบอกได้ว่า จำนวนที่เหมาะสมต่อห้องจะอยู่ที่เท่าไร เช่น เขตสายไหม มีเด็กเกิน กว่าที่โรงเรียนรับได้จำนวนมาก ทั้งนี้ หลังจากผู้ปกครองได้แจ้งความประสงค์มายังโรงเรียน และโรงเรียนได้พิจารณารับตามความเหมาะสมแล้ว และตัวเลขการรับนักเรียนที่ต้องแจ้งภายในวันที่ 10 มิถุนายนนิ่งแล้ว  โรงเรียนใดมีนักเรียนมากเกินไป ก็จะต้องมาพิจารณาอัตราครูใหม่ รวมถึงขยายห้องเรียนให้มีความเหมาะสมกับจำนวนนักเรียนต่อห้อง การยืดหยุ่นดังกล่าวไม่ได้ให้โรงเรียนพิจารณาตามศักยภาพตัวต้อง ว่าสามารถรับนักเรียนได้เท่าไร แต่ดูตามข้อกฎหมาย ที่ให้เด็กได้มีสิทธิการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมีการประกาศเขตพื้นที่บริการ  ดังนั้น ถ้าเด็กในพื้นที่บริการไม่มีที่เรียนก็ต้องรับไว้.  

 

ขอบคุณที่มา  : เดลินิวส์ ออนไลน์ 10 พ.ค. 2561 และ มติชนออนไลน์ 10 พ.ค. 2561 

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

เชิญชวนคุณครูอบรมออนไลน์หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงพัฒนาได้ค่ะ

เชิญชวนคุณครูอบรมออนไลน์หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงพัฒนาได้ค่ะ (29504)

จะเริ่มต้นอย่างไร ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยคุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ

จะเริ่มต้นอย่างไร ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยคุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ (6581)

ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562(8515)

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตรแทนพระองค์ ม.ราชภัฏ 17-20 มิ.ย.นี้

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตรแทนพระองค์ ม.ราชภัฏ 17-20 มิ.ย.นี้(4273)

โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เนื้อร้ายของการศึกษา แต่การละเลยคุณภาพการศึกษาของเด็ก คือเนื้อร้ายทางความคิด

โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่เนื้อร้ายของการศึกษา แต่การละเลยคุณภาพการศึกษาของเด็ก คือเนื้อร้ายทางความคิด (3390)

"สุเทพ" ไม่ฟันธงยกเลิกคูปองครูขอฟังเสียงเขตพื้นที่ฯ ย้ำชัด 2 เดือนเด็กอ่านออกเขียนได้สำเร็จ (6269)

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอรับและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพสำหรับผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีฃึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๒

หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอรับและการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพสำหรับผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีฃึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๒ (5730)

1 ก.ค. 62 กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญตามกฎกระทรวงฉบับใหม่แล้ว

1 ก.ค. 62 กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญตามกฎกระทรวงฉบับใหม่แล้ว(12517)

ปลัดศธ.ไม่แถลง สรรหา “คุรุสภา สกสค. องค์การค้าฯ” คาดมีการฟ้องร้องกันแน่

ปลัดศธ.ไม่แถลง สรรหา “คุรุสภา สกสค. องค์การค้าฯ” คาดมีการฟ้องร้องกันแน่ (1560)

สพฐ.ยัน!! ไม่มีนโยบายควบรวม-ยุบร.ร.เล็ก ต้องดูบริบทของพื้นที่

สพฐ.ยัน!! ไม่มีนโยบายควบรวม-ยุบร.ร.เล็ก ต้องดูบริบทของพื้นที่(1722)


Tags
ด่วน!!
‘สพฐ.’
สั่งรร.
‘ยืดหยุ่น’
รับม.1
ไม่จำกัด
เฉพาะนักเรียนในเขตพื้นที่บริการเพื่อเข้าเรียน